วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

HYDROจ่อบันทึกรายได้ลงทุน-บริหารโครงการ

HYDRO จ่อบันทึกรายได้จากการลงทุนและบริหารโครงการ หวังปั๊มรายได้ระยะยาว ลดความเสี่ยง เชื่ออนาคตเสือนอนกิน

นายสลิบ สูงสว่าง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฮโดรเท็ค จำกัด (มหาชน) หรือ HYDRO ผู้ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง งานด้านบริหารจัดการและธุรกิจลงทุนงานวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมเปิดเผยว่าในครึ่งปีหลังของปี 2556 บริษัทจะรับรู้รายได้จากการลงทุนและบริหารโครงการ (BOO) ซึ่งเป็นงานระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทได้ทำสัญญากับบริษัท ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPC โดยมีระยะเวลาสัญญา10 ปี
สำหรับการลงทุนในรูปแบบ BOOหรือ BOTจะทำให้บริษัทมีรายได้ที่มั่นคงและสม่ำเสมอ รวมถึงลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงรายได้จากการก่อสร้างซึ่งมีสัดส่วนกว่า 90% โดยบริษัทคาดว่าจะรับรู้รายได้จากการลงทุนดังกล่าวข้างต้นในปี 2556ประมาณ 3 ล้านบาทและในปี 2557อยู่ที่ 13 ล้านบาท นอกจากนี้ ทั้งนี้บริษัทมีเป้าหมายว่าภายในปี 2560รายได้จากการลงทุนจะอยู่ที่ 50% ของรายได้รวม

"เป็นปีแรกที่บริษัทจะรับรู้รายได้จากการลงทุนซึ่งบริษัทมองเห็นโอกาสในธุรกิจดังกล่าว เนื่องจากบริษัทมีความรู้ ความเชี่ยวชาญธุรกิจเกี่ยวกับน้ำอยู่แล้ว ขณะเดียวกันอัตรากำไรสุทธิ(Net Profit Margin) ของงานลงทุนจะสูงกว่างานก่อสร้างนอกจากนี้ ยังเป็นการลดการพึ่งพิงรายได้จากการก่อสร้าง ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท นอกจากการลงทุนโครงการ TPC แล้วล่าสุดบริษัทยังได้ทำสัญญาซื้อขายน้ำกับ 6เทศบาลในจังหวัดเชียงใหม่ ระยะเวลาสัญญา30 ปี ตอนนี้งานอยู่ในขั้นตอนการออกแบบโดยบริษัทคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากการลงทุนโครงการผลิตน้ำประปาดังกล่าวในครึ่งปีหลังของปี 2557ประมาณ 36 ล้านบาท"นายสลิบ กล่าว

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทยังคงยื่นประมูลงานทั้งภาครัฐ และเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานในประเทศไทยบริษัทอยู่ระหว่างการยื่นประมูลงานของหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง ซึ่งมีมูลค่างานประมาณ 1,000 ล้านบาท รวมไปถึงงานระบบบำบัดน้ำเสียที่คาดว่าจะได้มีการลงนามเซ็นสัญญาในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า

ขณะที่งานในต่างประเทศ บริษัทยังคงเร่งหางานอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศพม่า ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเซ็นสัญญาบันทึกความเข้าใจ (MOU) โครงการระบบบำบัดน้ำเสียของนิคมอุตสาหกรรม งบลงทุนจำนวน 350 ล้านบาท คาดว่าจะได้ข้อสรุปและเซ็นสัญญาได้ในปีนี้ ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างการรอผลการประมูลโครงการผลิตน้ำทะเลเป็นน้ำจืดในประเทศอินโดนีเซีย

อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่ารายได้ปี 2556 จะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว และตั้งเป้ารายได้ของบริษัท 3 ปีข้างหน้า (2557-2559) น่าจะมีอัตราการเติบโตที่ต่อเนื่องเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 20% จากการที่บริษัทรุกงานทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ในมือประมาณ14,600 ล้านบาท

ขณะที่ผลการดำเนินงานของบริษัท ปี 2553-2555 ตามลำดับ รายได้รวม 295, 691และ 882 ล้านบาท กำไรสุทธิ 18.84, 47.91และ 56.49 ล้านบาท และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Debt to Equity ratio หรือD/E) อยู่ที่ 1.46, 1.04และ 0.94 ตามลำดับ