ทั้งตัวเลขเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และผลจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล หรือ มาตรการ อาเบะโนมิกส์ ส่งผลให้แนวโน้มกำไรเติบโตชัดเจน
ความน่าสนใจของการลงทุนใน "ญี่ปุ่น" ตอนนี้ ต้องยอมรับว่ามีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งตัวเลขเศรษฐกิจที่มีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปีนี้จะมีการขยายตัวอยู่ที่ 2.7% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ซึ่งมีการขยายตัวอยู่เพียง 1.2% ซึ่งถือว่าเป็นตัวการเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ดีที่สุดตั้งแต่ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจมาเป็นระยะเวลายาวนาน นอกจากนี้ยังเป็นผลมาจากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของรัฐบาล หรือมาตรการ "อาเบะโนมิกส์" (Abenomics) แผนการกระตุ้นเศรษฐกิจ 3 มาตรการ คือ การใช้นโยบายการคลัง การดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายทั้งเชิงคุณภาพและปริมาณ และแผนยุทธศาสตร์การเติบโตทางเศรษฐกิจซึ่งจะส่งผลให้แนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียนจะเติบโตอย่างเด่นชัดขึ้น
ทั้งนี้ที่ผ่านมาประเด็นสำคัญที่หลายฝ่ายจับตามองกันอยู่ก็คือ ผลการเลือกตั้งวุฒิสภาของญี่ปุ่น ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งในที่สุดแล้วผลที่ออกมาก็เป็นไปตามที่คาดการณ์กันไว้ คือ พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของนายชินโซะ อาเบะ ชนะการเลือกตั้งวุฒิสภา โดยได้ 133 ที่นั่ง จาก 242 ที่นั่ง ทำให้ รัฐบาลของนายอาเบะ ได้ครองเสียงข้างมากทั้งสภาสูงและสภาล่าง แสดงให้เห็นว่า ประชาชนญี่ปุ่นคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรวมทั้งอัตราเงินฝืดที่ญี่ปุ่นได้เผชิญมานาน
ดังนั้น จากภาพดังกล่าว ยิ่งส่งผลบวกให้รัฐบาลมีอำนาจมากขึ้นในการปฏิรูปเศรษฐกิจ แม้ว่าสภาสูงของญี่ปุ่นจะไม่มีอำนาจเท่ากับสภาล่าง แต่สามารถขัดขวางร่างกฎหมายที่ออกโดยรัฐบาลได้ และที่ผ่านมาไม่มีพรรคการเมืองใดที่ครองเสียงข้างมากในสภา และพรรคฝ่ายค้านต่าง ๆ จับมือจนสามารถควบคุมสภาสูงไว้ได้ ทำให้เกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวกและมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีบ่อย นอกจากนี้ การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในอนาคตจะคล่องตัวมากขึ้น
โดยจากปัจจัยทั้งหมดนับว่าเป็นข่าวดี ที่จะคอยสนับสนุนให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นสามารถฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังส่งผลต่อภาพรวมของการลงทุนโดยเฉพาะในตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนน่าจะเป็นไปตามหรือดีกว่าที่ตลาดได้คาดการณ์ไว้ โดยตลาดคาดการณ์ว่าในปีนี้ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในดัชนี NIKKEI จะขยายตัว 60% และในปี 2557 จะขยายตัวอยู่ที่ 12% ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตของกำไรที่โดดเด่นที่สุดในโลก นอกจากนี้คาดว่าจะส่งผลให้ราคาหุ้นในแง่ P/E ปรับลดลง หรือเมื่อเปรียบเทียบกับราคาปัจจุบันที่ 20.4 เท่า จะลดลงมาอยู่ที่ 18 เท่า ในสิ้นปี 2556 โดยทั้งราคาหุ้นในปัจจุบัน และราคาหุ้นเมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานปี 2556 ยังคงถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปี ย้อนหลังที่ 22.9 เท่า ในปัจจุบันดัชนี NIKKEI เทรดอยู่ที่ระดับ P/E บนคาดการณ์ผลกำไรของปี 2556 ที่ราว 16.6 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในช่วง 3 ปีย้อนหลัง โดยหากสมมติให้ดัชนีเทรดที่ระดับ P/E เฉลี่ยในช่วงดังกล่าวที่ 21.2 เท่า หรือระดับสูงสุดที่ 25 เท่า ดัชนี NIKKEI ก็จะมี Upside จากระดับปัจจุบันอยู่อีกถึง 22% และ 44% ตามลำดับ
อีกความน่าสนใจของตลาดหุ้นญี่ปุ่น อยู่ที่ตลาดยังคงมีสัดส่วนเงินลงทุนจากนักลงทุนในประเทศที่ค่อนข้างน้อย เนื่องจากภาวะตลาดที่ซบเซามาตลอดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนรายย่อยในญี่ปุ่นเน้นการลงทุนความเสี่ยงต่ำในสัดส่วนค่อนข้างมาก เราเชื่อว่าในอนาคต นักลงทุนกลุ่มดังกล่าวมีแนวโน้มจะปรับสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเพิ่มขึ้น เมื่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่เริ่มส่งผล และทำให้การลงทุนในหุ้นกลับมาให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่าในอดีต
ดังนั้น TISCO Wealth มองว่า ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ถือเป็นทางเลือกของการลงทุนที่น่าสนใจในตอนนี้ เพราะราคายังไม่ได้ปรับขึ้นสูงนัก ซึ่งนักลงทุนสามารถปรับสัดส่วนการลงทุนเพิ่มขึ้นได้ เพื่อเป็นการช่วยกระจายความเสี่ยงจากการลงทุน และเป็นการเพิ่มโอกาสการลงทุนได้อีกทางหนึ่ง









