วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นใหญ่พร้อมเพิ่มทุนอิตาเลียนไทย

"ชาญชัย กุลถาวรากร" หนึ่งในผู้ถือหุ้นอิตาเลียนไทยพร้อมใส่เงินเพิ่มทุนเหตุมั่นใจพื้นฐานบริษัท และต้องการลงทุนระยะยาว

ตามที่บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ หรือ ITD ประกาศเพิ่มทุนจำนวน 667 ล้านหุ้น (พาร์ 1 บาท) จาก 4,193 ล้านหุ้น เป็น 4,860 ล้านหุ้น โดยเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมสัดส่วน 1 หุ้นเดิม ต่อ 0.159 หุ้นใหม่ ราคาหุ้นละ 3 บาท จองซื้อและชำระค่าหุ้นวันที่ 1 ส.ค. ถึง 9 ส.ค. ขึ้นเครื่องหมาย XR วันที่ 16 ก.ค.นี้

นายชาญชัย กุลถาวรากร หนึ่งในผู้ถือหุ้น บริษัทอิตาเลียนไทย กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นผู้ถือหุ้น พร้อมจะใส่เงินเพิ่มทุนในครั้งนี้ เนื่องจากเชื่อมั่นปัจจัยพื้นฐานของบริษัท และต้องการถือลงทุนระยะยาว ส่วนการเข้าไปลงทุนในบริษัท ร้อกเวิธ (ROCK) นั้นอาจจะเข้าไปร่วมบริหาร ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาตัดสินใจ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

"การเข้าไปลงทุนในหุ้นร้อกเวิธ เพราะได้รับการติดต่อมา และอาจจะเข้าไปร่วมบริหาร ซึ่งต้องดูรายละเอียดอีกที แต่การลงทุนส่วนใหญ่เป็นการลงทุนระยะยาวมากกว่า ส่วนการจะเข้าไปบริหารบริษัทใดก็คงต้องพิจารณาเป็นรายตัว"นายชาญชัยกล่าว

ด้านบล.เกียรตินาคิน กล่าวว่า การที่บริษัทอิตาเลียนไทยเพิ่มทุนครั้งนี้ ให้สัดส่วนหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจากไตรมาสแรกปีนี้ ที่ 2.60 เท่า เป็น 2.20 เท่า ซึ่งบริษัทอิตาเลียนไทย มีข้อผูกมัดกับเจ้าหนี้ว่าต้องคงระดับ หนี้ต่อทุน ไม่เกิน 2.50 เท่า จากประมาณการปีนี้ คาดอัตราส่วนนี้จะอยู่ที่ 2.25 เท่า ดังนั้นจึงคาดบริษัทอิตาเลียนไทย ไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุนอีก ยกเว้นบริษัทจะต้องการระดมทุนจากสาเหตุอื่น

"สอดคล้องกับข้อมูลที่ผู้บริหารของบริษัท แจ้งกับฝ่ายวิจัยว่า จะไม่มีการเพิ่มทุนใหม่ภายในปีนี้ ยังมีหุ้นสามัญที่ยังไม่ได้เรียกชำระอีก 1,010 ล้านหุ้น ให้ผู้ถือหุ้นเดิม 591 ล้านหุ้น และให้ลูกค้าเฉพาะเจาะจง 419 ล้านหุ้น จากการขอเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้นไว้ ที่ 1.677 พันล้านหุ้น"นักวิเคราะห์กล่าว

เธอกล่าวว่า การเพิ่มทุนเป็นผลกระทบระยะสั้น ซึ่งจำนวนหุ้นหลังการเพิ่มทุนที่เพิ่มขึ้น จะมีผลทำให้เกิดไดลูท ซึ่งมีผลต่อการลดลงของกำไรต่อหุ้น 14% ทำให้กำไรสุทธิต่อหุ้นปีนี้ ลดลงเหลือ 0.14 บาท จากเดิม 0.16 บาท

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัย ยังคงประมาณการกำไรสุทธิเดิม 674 ล้านบาท แม้ไตรมาสแรกปีนี้ จะเห็นกำไรสุทธิค่อนข้างดีที่ 367 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 54%ของประมาณการทั้งปี แต่ไตรมาสแรกบริษัทมีบันทึกรายการพิเศษ คือการกลับหนี้สงสัยจะสูญซึ่งเป็นการบันทึกรายการเพียงครั้งเดียว 182 ล้านบาท ขณะที่คาดไตรมาส 2 จะเห็นกำไรสุทธิอ่อนตัวจากไม่มีรายการพิเศษดังกล่าว

ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดจากราคาเทียบมูลค่าพื้นฐาน ที่ 3.5 เท่า เป็น 3 เท่า สะท้อนปัจจัยลบของกลุ่มรับเหมาฯจากความล่าช้าของโครงการบำบัดน้ำ 3.5 แสนล้านบาท และความไม่ชัดเจนของ พ.ร.บ. เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ประกอบกับการปรับลดลงของราคาตามพื้นฐานของดัชนี ราว 11% ทำให้มีมูลค่าเหมาะสมใหม่ 7.40 บาท

"มองว่าราคาหุ้นที่ปรับลดลงมาสะท้อนความกังวลต่างๆ ไปมากพอสมควรแล้ว ในขณะที่บริษัทอิตาเลียนไทย ยังมีจากการรับรู้รายได้ที่ต่อเนื่องจากงานในมือระดับสูง 1.5 แสนล้านบาท และยังมีงานจากภาคเอกชนที่อยู่ระหว่างการประมูล 8.4 หมื่นล้านบาท จึงยังแนะนำให้ซื้อเก็งกำไร"