สอท.เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้นในรอบ 4 เดือน หลังบาทอ่อน-กนง.ลดดอกเบี้ย แต่ยังกังวลศก.โลก-การเมือง-ค่าบาทผันผวน
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมเดือนพฤษภาคม 2556 พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ที่ระดับ 94.3 เพิ่มขึ้นจากระดับ 92.9 ในเดือนเมษายน โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน
สำหรับค่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนพฤษภาคมที่เพิ่มขึ้น เกิดจากยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุนประกอบการและผลประกอบการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน จากการที่เงินบาทอ่อนค่าลงอยู่ในระดับที่ผู้ประกอบการคลายความกังวล
ประกอบกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ผู้ประกอบการมองว่าเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อีกทั้งเดือนพฤษภาคมมีวันทำงานมากกว่าเดือนเมษายน
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลก การเมืองในประเทศ ความผันผวนของค่าเงินบาทที่กระทบต่อภาคการส่งออก รวมทั้งการบริหารต้นทุนประกอบการที่ปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนปัญหาการขาดแคลนแรงงานในหลายอุตสาหกรรม
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 100.4 เพิ่มขึ้นจากระดับ 99.1 ในเดือนเมษายน ค่าดัชนีความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นเกิดจากองค์ประกอบยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุนประกอบการและผลประกอบการ
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการประกอบการอุตสาหกรรมเดือนพฤษภาคม 2556 จากการสำรวจพบว่าผู้ประกอบการมีความกังวลประเด็นผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนมากที่สุด รองลงมาคือ สภาวะเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมัน สถานการณ์การเมืองในประเทศ และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ โดยผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้นในปัจจัยสภาวะเศรษฐกิจโลกและการเมืองภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการต้องการให้ภาครัฐส่งเสริมให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย เพื่อเสริมสภาพคล่อง โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) อีกทั้งพัฒนาและเพิ่มศักยภาพ ด้านวัตถุดิบ เทคโนโลยี ข้อมูลและช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการ รวมถึงสร้างเสถียรภาพ ความมั่นคงทางการเมือง และส่งเสริมการค้าการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน









