วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธปท.ชำแหละหนี้ครัวเรือน3ปีพุ่ง60%

ธปท.เปิดยอดปล่อยกู้ภาคครัวเรือน 3 ปีหนี้พุ่งเฉียด 60% เผยโบรกเกอร์ปล่อยกู้มากสุด เพิ่มกว่า 125% ขณะที่รายได้ครัวเรือน 2 ปี โตแค่ 11%

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการสำรวจตัวเลขเงินให้กู้ยืมภาคครัวเรือนของสถาบันการเงินทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันรับฝากเงิน เช่น ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐบาล สหกรณ์ออมทรัพย์ และสถาบันการเงินอื่น เช่น บริษัทบริหารสินทรัพย์ บริษัทประกันภัยและประกันชีวิต บริษัทหลักทรัพย์ ตลอดจนโรงรับจำนำ ในช่วงสิ้นปี 2555 พบว่า มียอดให้กู้ยืมรวม 8.81 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2552 ซึ่งมียอดให้กู้ยืมที่ 5.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.24 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 58.15%

สำหรับตัวเลขการให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนดังกล่าว แบ่งเป็น ภาคสถาบันรับฝากเงิน มียอดให้กู้ยืม ณ สิ้นปี 2555 รวม 7.71 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2552 ซึ่งมียอดให้กู้ยืมอยู่ที่ 4.85 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.86 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 58.93%

รายงานข่าวระบุว่า ในจำนวนสถาบันรับฝากเงินนี้ แบ่งเป็น ธนาคารพาณิชย์ ที่มียอดให้กู้ยืม ณ สิ้นปี 2555 รวม 3.65 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2552 ซึ่งมียอดให้กู้อยู่ที่ 2.30 ล้านล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 1.35 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 58.55% ขณะที่ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐบาล มียอดให้กู้ยืม ณ สิ้นปี 2555 ที่ 2.75 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2552 ซึ่งอยู่ที่ 1.74 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นราว 1 ล้านล้านบาท คิดเป็น 57.79%

ส่วนทางด้าน สหกรณ์ออมทรัพย์ มียอดให้กู้ยืม ณ สิ้นปี 2555 ที่ 1.31 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2552 ซึ่งมียอดให้กู้อยู่ที่ 7.95 แสนล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 5.18 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 65.20% และสถาบันรับฝากเงินอื่นๆ เช่น บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ มียอดให้กู้ยืม ณ สิ้นปี 2555 ที่ 2.61 พันล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2552 ซึ่งมียอดอยู่ที่ 1.47 หมื่นล้านบาท หรือลดลงไปราว 1.21 หมื่นล้านบาท คิดเป็นการลดลง 82.25%

สำหรับภาคสถาบันการเงินอื่นๆ มียอดการให้กู้ยืมเงินแก่ภาคครัวเรือน ณ สิ้นปี 2555 อยู่ที่ 1.10 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2552 ซึ่งมียอดการให้กู้ยืมอยู่ที่ 7.19 แสนล้านบาท คิดเป็นยอดการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น 3.8 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 52.84%

ในส่วนของภาคสถาบันการเงินอื่น แบ่งเป็น บริษัทบัตรเครดิต ลิสซิ่ง และสินเชื่อส่วนบุคคล โดย ณ สิ้นปี 2555 กลุ่มนี้มียอดการให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนรวม 8.18 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ สิ้นปี 2552 ซึ่งมียอดให้กู้อยู่ที่ 5.06 แสนล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 3.11 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 61.56%

นอกจากนี้ยังมี บริษัทประกันภัยและประกันชีวิต รวมทั้งบริษัทประกันวินาศภัย ซึ่งมียอดให้กู้ยืม ณ สิ้นปี 2555 รวม 7.02 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2552 ซึ่งอยู่ที่ 6.03 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.85 พันล้านบาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 16.33%

ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ มียอดการให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือน ณ สิ้นปี 2555 รวม 9.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2552 ซึ่งมียอดรวมที่ 4.04 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 5.05 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 124.44% ขณะที่ธุรกิจบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน มียอดการปล่อยกู้ ณ สิ้นปี 2555 รวม 5.2 หมื่นล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2552 ซึ่งอยู่ที่ 6.73 หมื่นล้านบาท ลดลง 1.52 หมื่นล้านบาท คิดเป็นการลดลง 22.56%

ทางด้านโรงรับจำนำ มียอดให้กู้ยืมภาคครัวเรือน ณ สิ้นปี 2555 ที่ 6.10 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ซึ่งอยู่ที่ 3.93 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.17 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 55.35% และสุดท้ายสถาบันการเงินอื่นๆ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.) บรรษัทตลาดรองสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม มียอดให้กู้ยืม ณ สิ้นปี 2555 รวม 6.43 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2552 ซึ่งอยู่ที่ 5.19 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.23 พันล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 23.80%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจรายได้ภาคครัวเรือน ซึ่งเก็บสถิติโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ณ สิ้นปี 2554 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 23,236 บาท เทียบกับสิ้นปี 2552 ซึ่งอยู่ที่ 20,903 บาท เพิ่มขึ้น 2,333 บาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 11.16% และหากเทียบกับสิ้นปี 2550 ซึ่งครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยที่ 18,660 บาท เพิ่มขึ้น 4,576 บาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 24.52%

นายบันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย สายบริหารความเสี่ยง ธนาคารซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของหนี้ภาคครัวเรือนในช่วงหลายปีมานี้ ถือเป็นประเด็นที่น่าห่วง เพราะระดับหนี้เพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็ว ซึ่งจากข้อมูลของ ธปท. พบว่าครัวเรือนมีหนี้สูงถึง 70% ของรายได้ เทียบกับก่อนหน้าซึ่งสัดส่วนนี้อยู่เพียงแค่ 40%

"ระดับหนี้เราเพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราเจอน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 ทำให้ต้องกู้เพื่อมาซ่อมแซมบ้านกันจำนวนมาก อีกสาเหตุที่เพิ่มก็มาจากนโยบายของภาครัฐ เช่น รถยนต์คันแรก ทำให้คนใช้เงินกับสิ่งเหล่านี้กันมากขึ้น" นายบันลือศักดิ์ กล่าว

ประเด็นที่ นายบันลือศักดิ์ มีความเป็นห่วงมากกว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น คือ การออมของภาคประชาชนที่ไม่ได้คุณภาพ เพราะจากการติดตามข้อมูลพบว่า ภาคครัวเรือนเริ่มหันไปออมเงินผ่านการลงทุนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออมผ่านการลงทุนในทองคำ หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แม้แต่การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งถือเป็นการออมที่มีความเสี่ยงมากขึ้น

เขากล่าวว่า สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะ ดอกเบี้ยไทยอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน ทำให้นักลงทุนเริ่มมองหาทางเลือกการลงทุนอื่นที่สามารถให้ผลตอบแทนได้มากขึ้น และเป็นเรื่องที่ ธปท. เองก็ให้ความเป็นห่วงเช่นกัน