วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

แม้ระยะกลางรอปิดเหนือ 1,545 จุด แต่ระยะสั้น “เก็งกำไร” ในกรอบ 1,545-1,500 จุดได้

SET View


ประเด็นหลักวันนี้ แม้ว่าจะมีปัจจัยลบระยะสั้นเข้ามาจากการที่จีนรายงานตัวเลขการส่งออกเดือน พ.ค.2556 ออกมาเพิ่มขึ้น 1% YoY ลดลงจาก 14% ในเดือนก่อนหน้า และตัวเลขสินเชื่อใหม่เดือน พ.ค.2556 ออกมาที่ 6.67 แสนล้านหยวน ลดลงจาก 7.93 แสนล้านหยวนในเดือนก่อนหน้า แต่การที่ล่าสุดสหรัฐประกาศตัวเลขอัตราการว่างงานเดือน พ.ค.2556 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 7.6% ส่งผลให้ตลาดกลับมาให้น้ำหนักต่อการคงขนาดมาตรการ QE ของเฟดต่อไป ซึ่งในเบื้องต้นเราประเมินว่าเฟดจะคงมาตรการ QE ต่อไปอีกอย่างน้อยจนถึงเดือน ม.ค.2557 ดังนั้นระยะสั้นลุ้น SET กลับมาปิดเหนือ 1,545 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายสูงกว่า 6.2 หมื่นล้านบาท เพื่อยืนยันสัญญาณซื้อระยะกลาง ทั้งนี้ถ้าไม่เข้าเงื่อนไขดังกล่าว การดีดตัวขึ้นยังอาจเป็นเพียงแค่การ Rebound เพื่อลงต่อไปที่ 1,460 จุดได้


ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทย และโลกยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากแนวโน้มของกระแสเงินทุนไหลออก สะท้อนออกมาจากรายงานของ Merrill Lynch (ML) พบว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา (30 พ.ค.- 5 มิ.ย.2556) มีกระแสเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นโลกเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกันราว 6.2 พันล้านดอลลาร์ โดยเงินทุนไหลออกจากทั้งตลาด Emerging Market และ Developing Market ราว 5.4 และ 761 ล้านดอลลาร์ โดยที่หลักๆเป็นการไหลออกจากตลาดหุ้นสหรัฐ และเอเชียเป็นหลักราว 452 และ 1,840 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยมีกระแสเงินทุนไหลออก 528 ล้านดอลลาร์


กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะกลาง (1-2 เดือน) เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณการซื้อเพิ่ม เน้น “ถือเงินสด” ไปก่อน ขณะที่การลงทุนระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) แนะนำ “ขึ้นขายลงซื้อเก็งกำไร” ในกรอบ 1,500-1,545 จุด โดยเน้น BBL, BAY, LIVE, CK, SEAFCO, LH, QH, BCP, AMATA, MSC และ SYMC อย่างไรก็ดีสำหรับวินัยการลงทุนระยะสั้น กรณี SET กลับไปปิดต่ำกว่า Cut Loss Area บริเวณ 1,500 จุดอีกครั้ง ซึ่งจะส่งให้ SET ลงไปที่ 1,460 จุดเร็วมาก แนะนำ “ขายลดความเสี่ยง” ออกไปก่อน