บลจ.บัวหลวงมองตลาดหุ้นไทยปรับฐาน จากความกังวลศก.โลก-เฟดหยุดQE เตือนระมัดระวังลงทุน หากเมกะโปรเจคไม่เป็นตามแผน ตลาดสะเทือนหนัก
นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด เปิดเผยกับ "กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" ถึงกรณีที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงกว่า 150 จุด ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สิ่งที่เกิดกับตลาดหุ้นช่วงที่ผ่านมาคือสภาพคล่องจำนวนมากทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นสูง ซึ่งส่งผลทางอ้อมต่อตลาดหุ้นไทยไปด้วย ทำให้ Valuation ของหุ้นนั้นสะท้อนกำไรอนาคตทั้งปี 2013 ไปแล้ว
"แต่ตอนนี้เรากำลังเจอการปรับลดคาดการณ์การเติบโตของทั้งเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย แล้วยิ่งกังวลเรื่องการหยุด QE อีก ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกถูกขายออกมามาก"
นางวรวรรณ กล่าวว่า ตอนนี้เรายังมองว่าการที่กำลังซื้อชะลอลงน่าจะเกิดขึ้นชั่วคราว แต่ก็มีโอกาสที่จะเป็นชั่วคราวที่ค่อนข้างนาน เพราะการเร่งจับจ่ายไปมากในช่วงก่อนหน้า โดยเฉพาะภาระผ่อนรถคันแรกนั้นอาจจะส่งผลต่อเนื่องกว่าที่คาด
ส่วนผลกระทบจากค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ก็ทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการหลายแห่งเพิ่มขึ้น จากกำลังซื้อที่ชะลอ ผสมกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนั้น จะกดดันผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ดังนั้น ในไตรมาส 2 เป็นต้นไป ผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนโดยรวมน่าจะยังไม่ดีนัก และมีโอกาสที่หุ้นไทยจะถูกปรับลดคาดการณ์กำไร รวมไปถึง P/E multiple ด้วย
"ตลาดหุ้นจึงน่าจะปรับฐานอย่างมีนัยสำคัญหลังจากนี้ ซึ่งอาจจะเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 3-6 เดือน ขึ้นกับว่ามี Sentiment ทางบวกมาช่วยพยุงตลาดได้หรือไม่ หรือ มีปัจจัยลบอื่นๆ เหนือความคาดหมายเข้ามาอีกหรือเปล่า"
นางวรวรรณ กล่าวว่า ความเสี่ยงที่ต้องระวังคือ ตอนนี้หุ้นหลายๆ ตัวถูกคาดหวังกับโครงการลงทุนของภาครัฐไปมาก ถ้าเกิดมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างๆ ก็จะทำให้ตลาดหุ้นกระทบมาก เพราะตอนนี้เศรษฐกิจไทยจะหวังพึ่งการส่งออกไม่ได้ การใช้จ่ายประชาชนก็ชะลออีก จึงเหลือแต่การใช้จ่ายของรัฐบาลที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กระเตื้องขึ้นได้ในช่วงหลังของปี
การจะได้ผลตอบแทนดีๆ จากการลงทุนในหุ้นโดยมุ่งไปที่ปัจจัยพื้นฐานนั้น ผู้ลงทุนจะต้องมีน้ำอดน้ำทน ไม่แสวงหาผลตอบแทนย่อยๆ ในระยะสั้น ควรลงทุนในหุ้นที่เน้นผลตอบแทนสูงในกรอบเวลา 2-3 ปีขึ้นไป
"ผู้ลงทุนควรจะประเมินว่าหุ้นที่จะลงทุนควรให้ผลตอบแทนเท่าไร ซึ่งกว่าจะได้ผปลตอบแทนเช่นนั้น มันต้องใช้เวลา บางทีก็มาช้า บางทีก็มาเร็วกว่าที่คิด การลงทุนระยะยาว จะไม่หวังเพียง performance สั้นๆ เพียงปีต่อปี หรือสั้นเป็นสัปดาห์ หากมีการพิถีพิถันคัดเลือกหุ้นที่มีคุณภาพ มีความสามารถในการทำกำไรในอนาคต ให้น้ำหนักกับคุณภาพของทีมบริหาร และการมีบรรษัทภิบาล จะทำให้ผู้ลงทุนไม่ไขว้เขวไปกับหุ้นที่มี Story ชั่วครั้งชั่วคราว"
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.บัวหลวง กล่าวอีกว่า ในช่วงตลาดขาลงถือว่ามีความท้าทายฝีมือในการบริหารกองทุนมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้ลงทุนรายย่อยที่ลงทุนเองโดยตรง หรือผู้จัดการกองทุน เพราะโจทย์ที่อยู่ข้างหน้าคือทำอย่างไรให้ได้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยง คือเราจะ Protect capital ไว้อย่างไร ได้แค่ไหน ในยามตลาดขาลง ผลตอบแทนที่ดีเป็นกอบเป็นกำจึงเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่สำหรับผู้ที่อดทนรอคอยได้อย่างไม่หวั่นไหว เพราะเมื่อเราเลือกหุ้นได้ถูกต้อง ก็ได้ผลตอบแทนเนื้อๆ ยามที่ตลาดยอมจ่ายให้กับมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นที่เราลงทุน แต่ปัญหาก็คือ คนไทยอดใจรอคอยไม่เป็น ทำให้เสียโอกาสเพราะจิตใจที่หวั่นไหวกับความผันผวนระยะสั้น









