วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กกร.เล็งชงกรอ.สัญจรกำแพงเพชร

กกร.เตรียมชง กรอ.สัญจร กำแพงเพชร พิจารณาแนวทางพัฒนาพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 4 ข้อ แนะตั้งศูนย์บูรณาการการค้าและแปรรูปข้าว

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทย ว่า ที่ประชุมหารือเกี่ยวกับข้อเสนอของ กกร.ที่จะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ภูมิภาคครั้งที่ 3 จังหวัดกำแพงเพชร ที่มีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในวันที่ 9 มิ.ย.2555 มีข้อเสนอรวม 4 ข้อ คือ 1.ต้องการให้ภาครัฐส่งเสริมการค้าและการลงทุนใน 4 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดพิจิตร กำแพงเชร นครสวรรค์และอุทัยธานี และต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนงบโครงการศึกษาจัดตั้งศูนย์บูรณาการการค้าและนวัตกรรมแปรรูปข้าวไทยและพืชเศรษฐกิจ เพื่อเป็นศูนย์กลางการค้าข้าวของภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งภาคเอกชนเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวปลูกข้าวมากและควรให้พิจิตรเป็นศูนย์กลางการแปรรูปข้าว โดยคาดว่าจะทำให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับข้าวไทย รวมทั้งให้กำแพงเพชรเป็นศูนย์กลางการวิจัยมันสำปะหลังเพราะมีการปลูกมาก

2.การพัฒนาเส้นทางคมนาคมและโลจิสติกส์ ต้องการภาครัฐผลักดันให้จังหวัดนครสวรรค์เป็นพื้นที่รองรับการพัฒนารถไฟรางคู่ เพื่อเชื่อมต่อระหว่างภาคเหนือตอนล่างกับท่าเรือแหลมฉบัง รวมทั้งขยายถนนเพื่อเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการรับรองเป็นมรดกโลกในจังหวัดสุโขทัยและอุทัยธานี 3.การบริหารจัดการน้ำต้องการให้ภาครัฐผลักดันการบริหารทรัพยากรน้ำ โดยสร้างเขื่อนทดน้ำที่ลุ่มแม่น้ำน่านและพัฒนาระบบชลประทานใน 4 จังหวัด ดังกล่าว 4.ด้านส่งเสริมการท่องเที่ยว ต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนให้ชุมชนริมแม่น้ำสะแกกรังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชน

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท.กล่าวว่า กกร.รับความเห็นจากจัดประชุมเรื่องงบน้ำเพื่อชีวิต ขอร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ภายใต้การบิหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่ง กกร.จะนำความเห็นที่ได้เสนอ กรอ.สัญจร และจะเสนอให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการลงทุนบริหารจัดการน้ำแต่ละพื้นที่ โดยจะต้องจัดลำดับความสำคัญการใช้งบประมาณเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งให้มีการบริหารจัดการน้ำที่ดีเพื่อลดปัญหาน้ำท่วมอีก และในการการสร้างแบบสร้างไปพร้อมกับการออกแบบ (ดีไซด์แอนด์บิวท์) อาจทำให้งานก่อสร้างไม่มีประสิทธิภาพและออกแบบโครงการให้เสร็จก่อนเริ่มก่อสร้าง

สำหรับการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 2.5% อาจจะมีผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนไม่มาก ซึ่งขณะนี้ภาคเอกชนกำลังติดตามสถานการณ์ว่าการลดดอกเบี้ยนโยบายมีผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนอย่างไร โดยขณะนี้ค่าเงินบาทอยู่ที่ 30.37-30.40 บาท ก็ยังอยู่ในระดับที่แข็งค่ากว่าหลายประเทศ และอาจเป็นไปได้ยากที่ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงกว่านี้ แต่ก็เป็นเรื่องดีที่แสดงให้เห็นว่าภาครัฐมีการพูดคุยกัน รวมทั้งมีหลายเครื่องมือที่จะมาจัดการกับอัตราแลกเปลี่ยนและเริ่มน้ำเครื่องมือเหล่านี้ออกมาใช้แล้ว

นายวีระศักดิ์ สุตัณฑวิบูลย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า สมาคมธนาคารไทยคาดว่าอัตราแลกเปลี่ยนในระดับปัจจุบันเป็นระดับที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่พอใจแต่ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม เนื่องจากผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐ สหภาพยุโรป (อียู) และญี่ปุ่นยังไม่ยุติ และมีแนวโน้มที่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจอาจส่งผลต่อค่าเงินผันผวนได้ ซึ่งการตัดสินใจลดดอกเบี้ยของ กนง.ยังไม่มีผลต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ทันที แต่จะมีผลต่อเงินทุนไหลต่างชาติเริ่มชะลอตัวบ้าง และการตัดสินใจลดดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ต้องขอติดตามอีกระยะว่าจะปรับลดดอกเบี้ยได้หรือไม่
.