"เอแบคโพลล์"เผยผลสำรวจประชาชนสนใจข่าว"ไข่ยิ่งลักษณ์แพง"มากที่สุด
นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง สถานการณ์ข่าว ความสนใจของสาธารณชน กับความอยู่รอดของรัฐบาล กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปใน 18 จังหวัดของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ลพบุรี สมุทรสงคราม เพชรบูรณ์ น่าน อุทัยธานี มุกดาหาร เลย ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ ขอนแก่น พัทลุง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช จำนวนทั้งสิ้น 2,192 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 23 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา โดยใช้การเลือกตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มเชิงชั้นภูมิหลายชั้น ที่สุ่มเลือกจังหวัด อำเภอ ตำบล ชุมชน ครัวเรือน และประชาชนที่ตอบแบบสอบถามระดับครัวเรือน โดยมีช่วงความคลาดเคลื่อนบวกลบร้อยละ 7 พบว่า
เมื่อถามถึงข่าวที่ประชาชน “สนใจ” ติดตาม พบว่า ข่าวที่มีประชาชนสนใจติดตามมากที่สุดได้แก่ ร้อยละ 79.7 สนใจข่าว ราคาไข่ไก่ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แพง รองลงมาคือ ร้อยละ 76.6 สนใจ ข่าวเด็กเล็กเสียชีวิต ร้อยละ 73.4 สนใจข่าวยาเสพติดและอาชญากรรม ร้อยละ 68.9 สนใจข่าวความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร้อยละ 56.3 สนใจข่าวลือ ก่อการร้ายในกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 55.9 สนใจข่าวการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาล ร้อยละ 46.8 สนใจข่าวภารกิจ การทำงานของนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 44.6 สนใจข่าวขบวนการจ้องล้มรัฐบาล และร้อยละ 44.6 เช่นกันสนใจข่าวปัญหากระทรวงศึกษาธิการ กรณีซื้อรถตู้โรงเรียน ร้อยละ 39.2 สนใจข่าวการตอบโต้กันระหว่างนักการเมือง ร้อยละ 36.0 สนใจข่าวการประท้วงของกลุ่มคุณหมอกระทรวงสาธารณสุข ในขณะที่ 2 อันดับท้ายสุด คือ ร้อยละ 33.8 สนใจข่าว พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ โฟนอินกับกลุ่มผู้ชุมนุม และร้อยละ 31.5 สนใจข่าวลือปฏิวัติรัฐประหาร
เมื่อถามถึง ความเชื่อมั่นต่อการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ว่าจะทำให้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้คลี่คลายไปได้ด้วยดี พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 67.8 เชื่อมั่นมากถึงมากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 32.2 เชื่อมั่นน้อยถึงไม่เชื่อมั่นเลย นอกจากนี้ ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.5 ของตัวอย่าง และร้อยละ 61.3 ยังคงหลับสบายมากถึงมากที่สุด เมื่อนึกถึงการทำงานของรัฐบาลและการทำงานของฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตาม เกินกว่า 1 ใน 3 หรือร้อยละ 38.5 และร้อยละ 38.7 นอนไม่ค่อยหลับถึงนอนไม่หลับเลยเมื่อนึกถึงการทำงานของรัฐบาลและการทำงานของฝ่ายค้าน แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์อารมณ์ความรู้สึกของสาธารณชนขณะนี้ที่มีต่อรัฐบาลและฝ่ายค้านยังอยู่ในอารมณ์ที่พอๆ กัน ยังไม่มีฝ่ายไหนได้ดีไปกว่ากันนัก
ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึงการรับรู้รับทราบ คำยืนยันของรัฐบาลว่าจะใช้จ่ายงบประมาณด้วยความโปร่งใส พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 60.5 ทราบแล้วต่อคำยืนยันชวนเชื่อของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 71.1 ยังเชื่อมั่นน้อย ถึง ไม่เชื่อมั่นเลยว่า รัฐบาลจะใช้จ่ายงบประมาณด้วยความโปร่งใส นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89.7 ยังไม่พบเห็นวิธีการที่รัฐบาลใช้จนสร้างความวางใจได้ต่อความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ โดยส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.1 ระบุรัฐบาลควรเปิดโอกาสให้สาธารณชนเข้าถึงการมีส่วนร่วมบริหารจัดการงบประมาณของรัฐบาลระดับมากถึงมากที่สุด อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.9 ยังคงเชื่อมั่นมากถึงมากที่สุดต่อความอยู่รอดของรัฐบาล
ผอ.เอแบคโพลล์ กล่าวว่า "ความเบลอ (Blur)"หรือความคลุมเครือ คือสถานการณ์ข่าวในเวลานี้ที่เป็นต้นเหตุของ ข่าวลือ ข่าวลวง ความเชื่อ และอคติที่อาจก่อให้เกิดการปลุกระดมผู้คนในสังคมให้ออกมาบนท้องถนนสร้างความไม่สงบขึ้นมาได้โดยสถานการณ์ข่าวที่มีความเบลอทำให้เกิดคำถามในหมู่ประชาชนมากมายได้ว่า ประชาชนในฐานะที่เป็นพลเมืองทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของประเทศชาติและในฐานะผู้บริโภคที่ต้องดูแลผลประโยชน์ส่วนตัวนั้นจะเชื่อข่าวสารใดได้ และประชาชนจะวางใจในแหล่งข่าวใดได้ ข่าวใดเป็นข่าวสารที่มีคุณค่าและมีความหมายที่เป็น “ความเป็นจริง” มากกว่า “ความเชื่อ” มากกว่า “อคติ” เพราะความเชื่อและอคติอาจจะถูกปั่นให้เกิดอารมณ์รุนแรงจนก่อความไม่สงบขึ้นมาได้ ผลที่ตามมาคือ ความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและประเทศชาติเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก









