ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจไทยพาณิชย์ คาดศก.ไทยปีนี้โต 5% ประเมินบาทยังแข็ง-กนง.คงดอกเบี้ย 2.50% ถึงสิ้นปี
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตได้ 5.0% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลงทุนภาครัฐที่ยังขยายตัวได้ดี และโครงการตามแผนบริหารจัดการน้ำ ซึ่งจะสนับสนุนให้การลงทุนภาครัฐเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง นอกจากนี้การส่งออกที่น่าจะมีแนวโน้มกระเตื้องขึ้นในช่วงหลังของปีจะช่วยสนับสนุนให้ภาคการผลิตและการใช้จ่ายภาคเอกชนยังสามารถขยายตัวได้ดี และเศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตที่ระดับ 5.0% ได้
ส่วนภาวะเงินเฟ้อในปีนี้ คาดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ราว 2.8% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยอยู่ที่ 1.6% โดยปัจจัยเสี่ยงกดดันเงินเฟ้อในระยะต่อไปยังคงมีน้อย เนื่องจากแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังทรงตัวตามอุปสงค์โลกที่อ่อนแอ และอุปทานจากผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ไม่น่าจะมีแรงกดดันต่อราคาพลังงานซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเงินเฟ้อทั่วไป
ทั้งนี้ เงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าในระยะต่อไปจากกระแสเงินทุนไหลเข้า การดำเนินนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มปริมาณเงินของสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นจะยังส่งผลให้เงินทุนยังคงหลั่งไหลมายังไทยและตลาดเกิดใหม่อื่นๆ อีกทั้งศักยภาพและแนวโน้มการขยายตัวที่ดีของเศรษฐกิจไทยจะยังคงดึงดูดเม็ดเงินจากต่างประเทศในรูปการลงทุนโดยตรง ส่งผลให้เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในสิ้นปีนี้ค่าเงินบาทจะอยู่ที่ระดับ 28.50-29.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ โดย ธปท.จะยังดูแลค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวนในระยะสั้น ทั้งนี้ทางการอาจมีมาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้าในระยะถัดไป หากค่าเงินบาทเริ่มแข็งค่าเร็วขึ้นกว่าสกุลเงินในภูมิภาค
ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายนั้น มองว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 2.75% มาเหลือ 2.50% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ครั้งล่าสุด บ่งชี้ถึงความกังวลต่อแรงส่งของอุปสงค์ในประเทศที่ขยายตัวน้อยกว่าที่คาดในไตรมาสแรก ภายใต้ภาวะที่เศรษฐกิจโลกโดยรวมยังคงไม่ฟื้นตัวดี ทั้งนี้คาดว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบันตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้ ซึ่งแรงกดดันจากเงินเฟ้อน่าจะยังอยู่ในระดับต่ำ









