สอท.ถามหาคนรับผิดชอบ 14 จังหวัดภาคใต้ กระทบการผลิต-ความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เตรียมแถลงสรุปความเสียหาย 27 พ.ค.นี้
ตามที่เมื่อวันอังคารที่ 21 พฤษภาคม 2556 เวลาประมาณ 18.30 น. ได้เกิดไฟฟ้าดับพร้อมกันในทุกพื้นที่ของ 14 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งต่อมาได้รับการแจ้งจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย แจงว่า เกิดจากวงจรของระบบไฟฟ้าที่สถานีส่งไฟฟ้าแรงสูง สถานีจอมบึง จังหวัดราชบุรี ซึ่งส่งไฟฟ้าไปยังสถานีบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกิดการลัดวงจร ทำให้ไม่สามารถส่งกระแสไฟฟ้าจากภาคกลางไปภาคใต้ ทำให้เกิดไฟดับทั่วทั้งภาคใต้
ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้ประสานงานกับสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ เพื่อสอบถามประเมินความเสียหายจากการที่ไฟฟ้าดับในครั้งนี้ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ด้านความเสียหาย
จากการสอบถามในพื้นที่หลายจังหวัด พบว่า ไฟฟ้าดับพร้อมกันเวลาประมาณ 18.30 น. ส่วนเวลาไฟฟ้ามา จะไม่พร้อมกัน เช่น จังหวัดสงขลา ไฟฟ้าดับ 2-3 ชั่วโมง ซึ่งแต่ละพื้นที่จะแตกต่างกัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไฟฟ้าดับ 2 รอบ รอบแรกประมาณ 1 ชั่วโมง และรอบที่ 2 ประมาณ 40 นาที จังหวัดสตูล ไฟฟ้าดับประมาณ 4 ชั่วโมง จังหวัดปัตตานี ไฟฟ้าดับประมาณ 2 ชั่วโมง จังหวัดยะลา-ระนอง ไฟฟ้าดับประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ เกาะสมุย ได้แจ้งว่าไฟฟ้าดับถึงเวลา 24.00 น.
อุตสาหกรรมหลักของจังหวัดทางภาคใต้ ส่วนใหญ่จะเป็นอุตสาหกรรมเกี่ยวกับยาง และผลิตภัณฑ์ยาง รวมทั้งอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ จากการสอบถามเบื้องต้นด้านความเสียหายในด้านอุตสาหกรรม มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. อุตสาหกรรมการผลิตถุงมือยาง-ถุงยางอนามัย อุตสาหกรรมเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดสงขลาและสุราษฎร์ธานี ได้รับความเสียหายค่อนข้างมาก เพราะส่วนใหญ่เป็นการผลิต 24 ชั่วโมง ลักษณะการผลิต มีความต่อเนื่อง ต้องมีการหลอมน้ำยางและการขึ้นรูป เมื่อการผลิตหยุดชะงักแบบ Shut Down ทำให้วัตถุดิบและสินค้าที่กำลังผลิตอยู่ในไลน์การผลิตเสียหาย รวมถึงคุณภาพอาจไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งน่าจะเป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
2. อุตสาหกรรมการผลิตอาหาร-อาหารแปรรูป แบ่งได้เป็นสินค้า
อุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำแช่แข็ง หรือ Frozen ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดสงขลา สตูล สุราษฎร์ธานี ปัตตานี ระนอง ฯลฯ ซึ่งสินค้าประเภทนี้ โรงงานส่วนใหญ่มีเครื่องปั่นไฟ หรือ Generator ของตนเอง แต่ส่วนใหญ่ก็อาจจะไม่เพียงพอที่จะจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ทั้งไลน์การผลิต สินค้าที่อยู่ใน Process ก็อาจเสียหาย หรือคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน แต่วัตถุดิบบางส่วนสามารถเคลื่อนย้ายเข้าไปเก็บในห้องแช่แข็ง ซึ่งการที่ไฟฟ้าดับ 2-3 ชั่วโมง ยังน่าจะรักษาอุณหภูมิไว้ได้
อุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำบรรจุกระป๋อง ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดสงขลา สตูล สุราษฎร์ธานี ฯลฯ สินค้าที่อยู่ใน Process จะได้รับความเสียหาย เพราะจะต้องมีระบบการถนอมอาหาร รวมทั้งสินค้าที่ผลิตอาจมีปัญหาด้านคุณภาพ
3. อุตสาหกรรมปลาป่น ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดระนอง และสงขลา ได้รับแจ้งว่า ส่วนใหญ่ไม่ได้ผลิตในช่วงเย็น ความเสียหายอาจจะไม่มาก
4. อุตสาหกรรมผลิตไม้ยาง- ไม้ยางแปรรูป ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดสงขลา พังงา สตูล นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ฯลฯ หากเป็นโรงเลื่อย ความเสียหายอาจไม่มี แต่หากสินค้าอยู่ระหว่างการอบ ลดความชื้น อาจส่งผลต่อคุณภาพของไม้ รวมถึงการกำจัดเชื้อรา
5. อุตสาหกรรมท่องเที่ยว พื้นที่ภาคใต้ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเฉพาะ จังหวัดสงขลา ภูเก็ต พังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี ฯลฯ ได้รับแจ้งว่า ผลกระทบยังไม่ชัดเจน นอกจากสถานร้านค้า สถานบันเทิง ไม่สามารถให้บริการในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ในด้านความเชื่อมั่น คงจะต้องชี้แจงและประชาสัมพันธ์
มาตรการที่ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลดำเนินการ
ความเสียหายในเชิงมูลค่าจากการที่ไฟฟ้าดับอย่างฉับพลันใน 14 จังหวัดภาคใต้ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2556 ยังไม่สามารถประเมินได้ชัดเจน แต่ในด้านความเชื่อมั่น ทั้งด้านการผลิต การลงทุน และการท่องเที่ยว คงจะได้รับการกระทบค่อนข้างมาก ทั้งนี้ หากไฟฟ้าดับในช่วงกลางวัน ความเสียหายจากภาคการผลิต จะเสียหายมากกว่านี้ จากการประเมินของ ส.อ.ท. ซึ่งได้ข้อมูลจากพื้นที่ ต้องการให้รัฐบาลกำหนดมาตรการดังต่อไปนี้
1. ด้านความเชื่อมั่น ต้องมีการสอบสวนสาเหตุที่แท้จริง ว่าเกิดได้อย่างไร รวมทั้งการป้องกันไม่ให้เกิดไฟฟ้าดับในลักษณะดังกล่าว จะมีวิธีการและมาตรการอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้จะต้องมีการชี้แจง แถลงข่าวให้ชัดเจน เพราะเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่น ทั้งด้านการลงทุน การท่องเที่ยว และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
2. ด้านการประเมินความเสียหายและความรับผิดชอบ จะต้องมีการประเมินความเสียหาย ทั้งด้านอุตสาหกรรม การผลิต และด้านอื่นๆ ว่ามีความเสียหายอย่างไร โดยเฉพาะสินค้าบางประเภทของภาคอุตสาหกรรม มีความอ่อนไหวต่อคุณภาพ และหน่วยงานใดจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายใน ครั้งนี้
3. ศูนย์แจ้งข้อมูลข่าวสารภาวะฉุกเฉินทาง SMS (SMS Emergency Call Center) ได้รับแจ้งจากพื้นที่ว่า ในช่วงที่เกิดเหตุไฟฟ้าดับ ผู้ประกอบการและประชาชนไม่สามารถหาข้อมูลหรือสอบถามว่า เกิดอะไรขึ้น ไฟฟ้าดับเพราะเหตุใด จะมาเมื่อใด เพราะเกี่ยวข้องกับการเตรียมการของภาคอุตสาหกรรม ขณะที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ประชาชนมีความตื่นตกใจ เพราะไม่ทราบว่าเกิดจากเหตุก่อการร้าย หรือเกิดจากเหตุใด เนื่องจากโทรศัพท์ในหน่วยงานราชการต่างๆ ไม่สามารถติดต่อได้ รวมทั้งช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อต่างๆ ซึ่งต้องใช้กระแสไฟฟ้าไม่สามารถติดต่อได้ รัฐบาลจึงควรจัดตั้งศูนย์แจ้งข้อมูลข่าวสารในภาวะฉุกเฉินต่างๆ โดยใช้ SMS ผ่านทางเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ
ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยประธานภาคใต้ จะจัดให้มีการแถลงข่าวเกี่ยวกับการประเมินความเสียหาย และมาตรการที่ภาครัฐควรจะดำเนินการเกี่ยวกับการที่กระแสไฟฟ้าดับฉุกเฉินในภาคใต้ โดยจะจัดในวันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม 2556 เวลา 13.30 น. ณ โรงแรมวินด์เซอร์ สวีทส์ ซอยสุขุมวิท 20









