อาจเห็นการพักตัวระหว่างวันบ้าง แต่ถ้ายังปิดไม่ต่ำกว่า 1,620 จุด ยังมอง อ่อนตัวซื้อ
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ แม้ว่าแนวโน้มของตลาดหุ้นไทยในวันนี้อาจมีแรงขายทำกำไรออกมาบ้างระหว่างวัน แต่ตราบใดที่ SET ไม่ลงไปปิดต่ำกว่า 1,620 จุด เรายังคงเป้าการพลิกกลับตามรูปแบบ Double Bottom Reversal ไว้ที่ 1,660 (+/-10) จุดภายในสัปดาห์หน้า โดยมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ และยุโรปที่ Consensus คาดว่าจะออกมาดีขึ้นเป็นปัจจัยหนุน โดยเฉพาะการประกาศยอดขายบ้านมือสอง (พุธ) และบ้านใหม่ของสหรัฐ (พฤหัสฯ) เดือน เม.ย.2556 รวมทั้งการประกาศตัวเลข PMI ภาคการผลิตเดือน พ.ค.2556 ของเยอรมัน, ฝรั่งเศส และยูโรโซน (พฤหัสฯ)
- เรามองว่าความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยในการประชุม กนง. ในวันที่ 29 พ.ค.2556 ที่ลดน้อยลง จะส่งผลให้มีเม็ดเงินของนักลงทุนต่างชาติไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น ทั้งที่มาจากตลาดพันธบัตร (ระยะสั้น) และจากนักลงทุนที่ขายหุ้นไปก่อนหน้านี้แล้วถือเงินสดไว้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญให้ SET สามารถแกว่งตัวขึ้นไปที่ 1,660 จุดได้ตามที่เราคาดไว้ ขณะที่ในระยะสั้นถ้าพิจารณาจากในสัปดาห์ก่อนหน้าที่เริ่มมีสัญญาณการกลับมาซื้อสุทธิของต่างชาติชัดเจนเป็นครั้งแรก (8.01 พันล้านบาท) จะพบว่าหุ้นในกลุ่ม Domestic Play อย่างสื่อสาร, ธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์เป็นกลุ่มที่ต่างชาติเข้าซื้อสุทธิผ่าน NVDR สูงที่สุดราว 5.6, 2.6 และ 2.5 พันล้านบาทตามลำดับ ขณะที่หุ้น INTUCH, CPN, BAY, PTT และ PTTGC เป็นหุ้นที่ต่างชาติเข้าซื้อสุทธิผ่าน NVDR สูงที่สุด
- กลยุทธ์การลงทุน : สำหรับการลงทุนระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) แนะนำ “ทยอยซื้อสะสม” กรณีที่ SET ยังคงปิดไม่ต่ำกว่า 1,620 (+/-5) จุด ในหุ้น BBL, BAY, LIVE, SEAFCO, CK, LH, QH, BCP, AMATA, MSC, SYMC และ INET ร่วมกับหุ้นในกลุ่มที่จะถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี MSCI Global Standard ได้แก่ MINT, INTUCH, HMPRO และ TRUE (ไปขาย 31 พ.ค.2556) และหุ้นในกลุ่มที่มีโอกาสถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี SET50 ในรอบหน้า (ประกาศต้น มิ.ย.2556) ได้แก่ CK, CENTEL และ GLOBAL









