วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SMK - OUTPERFORM

หุ้นดีที่ตลาดมองข้าม

คงคำแนะนำ OUTPERFORM ที่มูลค่าพื้นฐานใหม่ 670 บาทในปี 2556 มูลค่าพื้นฐานใหม่จะเท่ากับ PER 11.2X, 10.9X และ 10.3X ในปี 2556-58 ตามลำดับ เราจึงมองว่า SMK มีราคาไม่แพงและราคาปิดล่าสุดยังมี UPSIDE สูงถึง 37.8% โดย SMK รายงานผลประกอบการแข็งแกร่งใน 1Q56 เราจึงมีมุมมองเชิงบวกต่อบริษัทและยังคงเลือกเป็นหุ้น TOP PICK ในกลุ่มบริษัทประกันวินาศภัยสามบริษัทที่เราทำการศึกษา นอกจากนี้เรามองว่าการที่บริษัทประกันภัยหลายแห่งมีผลประกอบการดีกว่าคาดใน 1Q56 น่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อการซื้อขายหุ้นในระยะสั้นและกระตุ้นให้ราคาหุ้นในกลุ่มประกันภัยปรับตัวสูงขึ้นจากราคาปัจจุบันที่เรามองว่ายังคงซื้อขายต่ำกว่ามูลค่า
ผลประกอบการแข็งแกร่งใน 1Q56 SMK รายงานกำไร 256.8 ล้านบาทใน 1Q56 เพิ่มขึ้น 56.9% YOY และ 124.1% QOQ รวมทั้งสูงกว่าประมาณการของเรา 53.6% โดยเรามองว่าอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งนี้เป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จำนวนมากจากการขายหลักทรัพย์ (UPSIDE RISK) รวมถึงรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 978.9% QOQ ในไตรมาส อย่างไรก็ตาม SMK ยังคงมีอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัย (LOSS RATIO) สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 50-55% เนื่องจากมีการขอรับเงินชดเชยจำนวนมากจากกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ แต่บริษัทคาดว่ากรมธรรม์ทั้งหมดจะครบกำหนดใน 3Q56 เราจึงคาดจะเห็น SMK มีศักยภาพการทำกำไรเพิ่มสูงขึ้นพร้อมกับที่กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ครบกำหนด
ประกันภัยรถยนต์และประกันเบ็ดเตล็ดยังเป็นปัจจัยผลักดันการเติบโต SMK มีรายได้เบี้ยประกันจากธุรกิจประกันภัยรถยนต์รวม 1,830.1 ล้านบาทใน 1Q56 เพิ่มขึ้น 17.7% YOY และ 3.3% QOQ ขณะที่รายได้จากประกันเบ็ดเตล็ดเพิ่มขึ้น 17.3% YOY และ 8.0% QOQ เช่นกัน โดยเรามองว่าปัจจัยผลักดันที่สำคัญมาจากจำนวนรถยนต์ในระบบที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากยอดขายรถยนต์จำนวนมากในปี 2555 อย่างไรก็ตาม เรารายงานก่อนหน้านี้ว่า SMK เน้นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ปีที่สองแทนที่จะเป็นปีแรก เราจึงคาดว่าบริษัทจะมีรายได้เบี้ยประกันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ 2H56 เป็นต้นไป
ปรับเพิ่มประมาณการกำไร 25.2%, 10.6% และ 8.4% ในปี 2556-58 เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรของ SMK 25.2% ในปี 2556 สะท้อนกำไรสุทธิที่สูงกว่าคาดใน 1Q56 อย่างไรก็ตาม เรายังมีมุมมอง CONSERVATIVE ต่อกำไรจากการขายหลักทรัพย์จึงเก็บไว้เป็น UPSIDE นอกจากนี้ เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรอีก 10.6% และ 8.4% ในปี 2557-58 ตามลำดับ เพื่อรับรู้สัญญาณบวกจากอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัย (LOSS RATIO) ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการที่ประกันเบ็ดเตล็ดเติบโตสูงกว่าคาด
ปรับเพิ่มมูลค่าพื้นฐานเป็น 670 บาทในปี 2556 หลังปรับเพิ่มประมาณการกำไร มูลค่าพื้นฐานของ SMK จึงเพิ่มขึ้นเป็น 670 บาทในปี 2556 แต่สมมติฐานของเรายังไม่รวม UPSIDE หรือ DOWNSIDE ในส่วนของกำไรจากการลงทุน อย่างไรก็ตาม แนวโน้มที่สดใสของธุรกิจประกัน ผลประกอบการที่ดีของกลุ่ม อีกทั้งหุ้นยังมีราคาไม่แพง เราจึงคงมุมมองเชิงบวกต่อบริษัทประกันวินาศภัย โดยเลือก SMK เป็น TOP PICK
การปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นกลุ่มประกันภัย
กำไรที่คาดจะเติบโตแข็งแกร่งใน 2H56