"กิตติรัตน์" เชื่อจีดีพีไตรมาสแรกต่ำกว่าคาด กดดันกนง.ลดดอกเบี้ย ชี้บาทแข็งกระทบส่งออกสินค้าเกษตร หวั่นจีดีพีเฉลี่ยทั้งปีพลาดเป้า 5%
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงกับอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปีที่ขยายตัวได้เพียง 5.3% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดหมายไว้ เนื่องจาก การขยายตัวของเศรษฐกิจในช่วงเดียวกันของปีก่อนนั้น อยู่ในระดับต่ำ เพราะเป็นช่วงฟื้นไข้หลังเหตุการณ์น้ำท่วม ดังนั้น เมื่อฐานการขยายตัวในปีที่แล้วต่ำ ในปีนี้ การขยายตัวก็ต้องสูงกว่านั้น
นอกจากนี้ อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีที่แล้ว ก็ได้ไต่ระดับสูงขึ้น ฉะนั้น การรักษาระดับการขยายตัวของเศรษฐกิจให้ได้ดี และ มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยทั้งปีที่ 5% นั้น ถือเป็นงานหนักของรัฐบาล ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมมือกัน โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ที่จะต้องเปิดตลาดการค้าใหม่ๆ หรือ แม้แต่กระทรวงการท่องเที่ยวฯที่ต้องดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว เพื่อดึงกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือ การสร้างบรรยากาศการลงทุนให้แก่ภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ และ เสริมความมั่นใจของผู้บริโภคให้เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในแง่นโยบายการคลังนั้น ทางกระทรวงการคลังก็ได้เร่งรัดให้มีการเบิกจ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งตัวเลขการเบิกจ่ายโดยรวมก็ถือว่า ยังเกินกว่าเป้าหมาย แต่ก็มีบางส่วนที่ยังเบิกจ่ายไม่ได้ตามเป้าหมายเช่นกัน ดังนั้น เราก็ต้องเร่งรัดในส่วนนี้ให้มากขึ้น แต่เราคงไม่มีมาตรการใหม่เข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการจัดงบประมาณในปี 2557 ก็ยังเป็นไปตามเป้าหมายเดิม กล่าวคือ ไม่มีระดับของการขาดดุลที่เพิ่มขึ้น
"เราก็เป็นห่วง เพราะการที่จีดีพีโตที่ 5.3% แต่ช่วงเดียวกันปีก่อนฐานต่ำ เพราะเพิ่งฟื้นไข้ การขยายตัวนี้ ถือว่า น้อยกว่าที่วางไว้ ส่วนที่เหลือของปีก็ต้องทำงานหนัก ถ้าจำได้ จีดีพีไตรมาสสอง สาม และ สี่ ในปีก่อน ค่อยๆไต่ระดับสูงขึ้น ฉะนั้น การรักษาระดับที่ดีเมื่อเทียบกับฐานที่สูงก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก"
ทั้งนี้ เมื่อเศรษฐกิจขยายตัวในอัตราดังกล่าว ก็เชื่อว่า ทางคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)จะได้พิจารณาข้อมูลดังกล่าว เพื่อประกอบการตัดสินใจในการดำเนินนโยบายด้านอัตราดอกเบี้ยด้วย ทั้งนี้ เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทแข็งค่าขึ้น ได้ทำให้ภาคธุรกิจส่งออกประสบปัญหา โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตร ซึ่งข้าวและยางพาราก็เป็นหนึ่งในสินค้าหลักที่เราส่งออก ฉะนั้น จึงอาจจะส่งผลต่อการเม็ดเงินที่ได้จากขายสินค้าดังกล่าวด้วย









