หุ้นใหญ่"พิชญ์ โพธารามิก"ดันบริษัทโมโนเทคโนโลยีเข้าเทรดในตลาดเอ็มเอไอต้นเดือนหน้า วางตำแหน่งเป็นหุ้นปันผล-หุ้นที่มีการเติบโต
นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานกรรมการ บริษัท โมโน เทคโนโลยี จํากัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนใช้เงินลงทุนประมาณ 2 พันล้านบาท ในช่วง 3 ปีข้างหน้า (2556-2558) ส่วนหนึ่งเป็นการลงทุนประมูลดิจิทัลทีวีประมาณ 500-700 ล้านบาท โดยจะประมูล 3 ประเภท ยกเว้นช่องเอชดี (HD) การซื้อกิจการเพื่อเสริมข้อมูลหรือคอนเทนท์การให้บริการ เช่น เว็บไซต์ หรือ นิตยสาร และการขยายการลงทุนในต่างประเทศ
ทั้งนี้เงินลงทุนส่วนใหญ่จะมาจากการกระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) ซึ่งตามแผนบริษัทจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้ประชาชนทั่วไป (ไอพีโอ) 245 ล้านหุ้น คิดเป็น 27.5%ของทุนชำระแล้ว มูลค่าที่ตราไว้ 0.10 บาทต่อหุ้น และอีกส่วนจะมาจากการดำเนินงานของบริษัท โดยคาดว่าจะสรุปราคาเปิดจองหุ้นได้ในปลายเดือน พ.ค.นี้ และเริ่มซื้อขายได้ในช่วงต้นเดือนมิ.ย.
"บริษัทตั้งเป้าการเติบโตปีละ 30-40% ยังไม่รวมรายได้จากทีวีดิจิทัลและการซื้อกิจการ นอกจากนี้บริษัทยังตั้งเป้าภายใน 3 ปีนี้ จะมีธุรกิจครอบคลุมทุกประเทศในแถบอาเซียน หรือเออีซี โดยปัจจุบันบริษัทเปิดบริษัทที่อินโดนีเซีย ซึ่งจะถึงจุดคุ้มทุนในนี้ ส่วนที่เกาหลีกำลังจะปั้นศิลปินใหม่ นอกจากนี้กำลังจะเปิดในเวียดนามในช่วงไตรมาส 2 ทำธุรกิจให้บริการคอนเทนท์ทางด้านบันเทิง นำศิลปินไทยในค่ายโมโนไปบุกต่างประเทศ รวมถึงปั้นศิลปินในท้องถิ่นนั้นๆ ด้วย"
เขากล่าวว่า ธุรกิจของบริษัทมีมาร์จิน หรือกำไรค่อนข้างสูง โดยเฉลี่ย 3 ปีมีกำไรขั้นต้นประมาณ 60% เพราะเป็นธุรกิจการให้บริการทางด้านคอนเทนท์บันเทิงเป็นหลัก ทั้งในมือถือ และบนเว็บไซต์ โดยมีฐานข้อมูลจากนิตยสาร และธุรกิจบันเทิงในเครือ ทำให้มีต้นทุนต่ำ มีการเติบโตในอัตราสูงตามการใช้มือถือ ประกอบกับเป็นบริษัทที่ไม่มีหนี้ จึงไม่มีความเสี่ยงในด้านขาลง โดยบริษัทจะยังคงนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50%ของกำไรสุทธิ และจะพยายามจ่ายให้ได้ทุกไตรมาส เหมือนที่ผ่านมา
"บริษัทโมโนฯ จะเป็นหุ้นปันผล และเป็นหุ้นที่มีการเติบโต จากแนวโน้มการเติบโตและการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง จึงไม่กลัว หรือกังวลว่าจะถูกมองเป็นหุ้นเก็งกำไร เพราะนำไปโยงกับหุ้นบริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) เพราะตัวจัสมินเอง ขณะนี้ก็เป็นหุ้นลงทุน ไม่ใช่หุ้นเก็งกำไร มีนักลงทุนสถาบันสนใจเข้ามาลงทุน และเข้ามาขอข้อมูลจำนวนมาก หลังจากที่ได้เข้าไปอยู่ในเซ็ท 50"
ทั้งนี้ทั้ง บริษัทจัสมิน และโมโน ต่างอยู่ในช่วงกำลังเติบโต และสามารถเสริมการเติบโตซึ่งกันและกันได้ โดยปีนี้จัสมินมีแผนจะใช้เงินลงทุนประมาณ 2 พันล้านบาท ในการขยายเครือข่ายธุรกิจบรอดแบรนด์ มองว่าธุรกิจบรอดแบรนด์ของจัสมินจะขยายได้ 1.8-2 แสนรายในปีนี้ ทำให้รายได้โต 15-20% ในขณะที่อัตราการทำกำไรจะสูงกว่ารายได้ โดยประเมินว่าปีนี้จะอยู่ที่ 40-50%









