วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ซีพีเอฟกำไรไตรมาสแรกฟื้นพันล้าน

"ซีพีเอฟ"ไตรมาสแรกปีนี้กำไรสุทธิฟื้นแตะ 1,026 ล้านบาท เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนลดลง 70.2% ผลพวงโรคระบาดในกุ้ง

นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ หนึ่งในผู้นำในการผลิตและส่งออกเนื้อสัตว์อาหารแปรรูปรายใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย รายงานว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมบริษัทช่วงไตรมาส 1 ปี 2556 มีกำไรสุทธิ 1,026 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 12,113 ล้านบาท

ผลประกอบการที่ลดลงดังกล่าว เป็นผลจากการรับรู้การเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุน โดยการเข้าซื้อหุ้นในบริษัท ซี.พี.โภคภัณฑ์ (CPP) เมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา 8,673 ล้านบาท รายการนี้เป็นการปฏิบัติตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน และเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในไตรมาส 1 ปี 2555 ดังนั้นกำไรสุทธิจากการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2555 จะอยู่ที่ 3,439 ล้านบาท เมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปีนี้กับกำไรดังกล่าว จะลดลง 70.2% โดยการลดลงมีสาเหตุหลักมาจากอุตสาหกรรมกุ้งโดยรวม ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรค Early Mortality Syndrome (EMS) ที่ส่งผลต่อธุรกิจสัตว์น้ำ

"โรค EMS ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งในหลายประเทศรวมทั้งไทยเมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้การเลี้ยงกุ้งมีอัตราการเลี้ยงรอดต่ำ มีการชะลอการเลี้ยงกุ้งในหลายพื้นที่ ทำให้ยอดขายอาหารสัตว์น้ำของบริษัทได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก และเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผลการดำเนินงานของซีพีเอฟในไตรมาสที่ 1 ปีนี้ลดลง"

เขากล่าวว่า แนวทางในการแก้ปัญหาดังกล่าว ภาครัฐและบริษัทได้ทำการวิจัยและหาแนวทางในการบริหารจัดการปัญหาโรค EMS นี้มาโดยตลอด โดยปัจจุบันการวิจัยอยู่ระหว่างการทดลองซึ่งต้องรอผลอีกประมาณ 1-2 เดือน หากผลการทดลองนี้มีผลในทางที่ดี เชื่อว่าเกษตรกรจะกลับมาเลี้ยงกุ้งได้ตามปกติ

ส่วนภาวะผลผลิตเนื้อสัตว์ล้นตลาดในปีที่แล้ว สถานการณ์เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้นจากการที่ราคาไก่เนื้อและสุกรในไทยเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ แต่ต้นทุนยังอยู่ในระดับสูงกว่าระดับเดียวกันของปีก่อน บริษัทคาดราคาวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตช่วงครึ่งปีหลัง จะปรับตัวอ่อนลงกว่าครึ่งปีแรก และเชื่อผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังนี้จะกลับมาเติบโตปกติ โดยบริษัทมั่นใจจะเติบโตได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ 15%

ด้านนายเจริญ รุจิราโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ หรือ SORKON กล่าวว่า ไตรมาสแรกปีนี้รายได้เป็นไปตามคาดการณ์เกือบทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยมีรายได้จากการขาย 456 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 425 ล้านบาท ขณะที่มีกำไรสุทธิ 25.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% สาเหตุที่ยอดขายไตรมาสแรกปีนี้ต่ำกว่าคาดการณ์ เพราะยอดขายของผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวต่ำกว่าประมาณการ เพราะชะลอการออกสินค้าใหม่ไปไตรมาส 3

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่กระทบกับต้นทุนดำเนินงาน คือค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้น และการเพิ่มบุคลากรเพื่อรองรับการขยายงานในอนาคต แต่ยังคงรักษาอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 5.6% ซึ่งอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้

ส่วนแผนในไตรมาส 2 ปีนี้ จะเร่งทำตลาดกลุ่มสินค้าที่สร้างยอดขายและกำไรที่ดี ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งพร้อมรับประทาน ผลิตภัณฑ์อาหารขบเคี้ยว และกลุ่มธุรกิจร้านอาหารอาหารบริการด่วนให้มากขึ้น โดยหันมาทำผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งพร้อมรับประทานภายใต้แบรนด์ตัวเองมากขึ้น ออกสินค้าใหม่วางตลาด เพื่อผลักดันกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารขบเคี้ยว บริษัทมีแผนรุกขยายตลาดไปยังต่างประเทศ พร้อมเร่งขยายสาขาร้านอาหารบริการด่วน "แซ่บ เอ็กซ์เพรส" โดยคาดจะเปิดบริการสาขาโซโหไตรมาส 2 นี้

ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารพื้นเมืองและอาหารทะเลแปรรูป ที่เป็นยอดขายหลัก ปัจจุบันมีแผนเพิ่มไลน์สินค้าใหม่ๆ เพื่อเพิ่มยอดขาย และเพิ่มกำลังการผลิตโรงงานผลิตลูกชิ้นปลา ที่อาศัยเทคโนโลยีผลิตที่ทันสมัย เพื่อลดต้นทุนแรงงานในภาคการผลิต คาดจะเริ่มเดินเครื่องผลิตสินค้าได้สิ้นปีนี้ หรือต้นปีหน้า ซึ่งจะผลักดันผลการดำเนินงานปีนี้เติบโตได้ตามเป้าที่วางไว้ ส่วนสินค้าที่ส่งออกไปขายต่างประเทศ มีสัดส่วนรายได้ 10% ของยอดขายรวม ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นเล็กน้อย เพราะคิดราคาเป็นเงินบาท