การบินไทยส่งข้อมูลเพิ่มเติมแผนตั้ง "ไทยสมายล์ แอร์เวย์"เปรียบเทียบข้อดีระหว่างการตั้งบริษัทใหม่กับการเป็นหน่วยธุรกิจ "พฤณท์"ชงครม.เดือนพ.ค.
พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังหารือกับนายสรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) วานนี้ (14 พ.ค.) ว่า การบินไทยได้นำรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องการจัดตั้งบริษัท ไทยสมายล์ แอร์เวย์มาให้พิจารณา ซึ่งกระทรวงฯจะพิจารณาอย่างรอบคอบโดยยึดประโยชน์สูงสุดของการบินไทยเป็นหลัก คาดว่าภายในเดือนพ.ค.นี้ จะสรุปแผนและสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
ด้านนายสรจักร กล่าวว่า รายละเอียดเพิ่มเติมที่เสนอมายังกระทรวงฯเป็นการเปรียบเทียบให้เห็นถึงประโยชน์ของการตั้งไทยสมายล์เป็นบริษัทย่อยโดยการบินไทยถือหุ้น 100% แทนการเป็นหน่วยธุรกิจเช่นในปัจจุบัน โดยเปรียบเทียบกับสายการบินอื่น เช่น ซิลค์แอร์ ดราก้อนแอร์ ซึ่งดำเนินการในลักษณะเดียวกันและประสบความสำเร็จ รวมทั้งชี้แจงถึงความสามารถในการปฏิบัติการบินในตลาดของไทยสมายล์ซึ่งจะรองรับเส้นทางบินภูมิภาคเป็นหลัก
"ไทยสมายล์เป็นสายการบินที่ตั้งขึ้นมาแล้ว แต่ต้นทุนของไทยสมายล์กับการบินไทยยังไม่ชัดเจน หากต้องการสร้างกำไรในภาพรวมให้สูงขึ้น การแยกต้นทุนต้องชัดเจน ส่วนปัญหาความล่าช้าในการจัดตั้งบริษัท เชื่อว่าจะไม่สร้างความเสียหายมาก แต่การพิจารณาที่รอบคอบจะเป็นผลดีมากกว่า"
สำหรับแผนการจัดตั้งบริษัท ไทยสมายล์ แอร์เวย์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจ้างที่ปรึกษาเพื่อแยกบัญชีต้นทุน ส่วนแผนการใช้เครื่องบินนั้น การบินไทยในฐานะผู้เช่าซื้อเครื่องบินแอร์บัสเอ 320-200 จำนวน 6 ลำ ซึ่งไทยสมายล์ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน จะทำสัญญาเช่ากับบริษัทไทยสมายล์ฯต่อไป โดยคิดค่าเช่าตามปกติ ส่วนเครื่องบินอีก 9 ลำ ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมเช่า จะโอนให้บริษัท ไทยสมายล์ฯเป็นผู้เช่าตรงโดยการบินไทยไม่เกี่ยวข้อง
ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่ารายชื่อคณะกรรมการบริษัท ไทยสมายล์ฯ มีชื่อของกรรมการและผู้บริหารการบินไทยบางคนนั้น การบินไทยได้นำรายชื่อเหล่านั้นออกแล้ว เพราะเดิมตั้งไว้เป็นเพียงตุ๊กตาเท่านั้น โดยคณะกรรมการบริษัท ไทยสมายล์ฯจะมีไม่ต่ำกว่า 11 คน ประกอบด้วย ผู้แทนจากการกระทรวงการคลัง ผู้แทนการบินไทย และไม่จำเป็นว่าประธานกรรมการการบินไทยต้องเป็นประธานกรรมการ บริษัท ไทยสมายล์ฯ
ส่วนผู้บริหารของบริษัท ไทยสมายล์ฯจะต้องผ่านกระบวนการสรรหาตามระเบียบของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ โดยพนักงานจะมี 2 ส่วน คือ พนักงานที่สมัครงานกับไทยสมายล์โดยตรง และพนักงานการบินไทยที่ต้องการย้ายไปอยู่ไทยสมายล์ โดยขึ้นอยู่กับความสมัครใจของพนักงานไม่มีการบังคับแต่อย่างใด
บริษัท ไทยสมายล์ฯมีทุนจดทะเบียน 1,800 ล้านบาท โดยการบินไทยคาดว่าในช่วง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2556-2560 ไทยสมายล์จะมีรายได้ 88,678 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 7,056 ล้านบาท โดยปี 2556 จะมีรายได้ 6,384 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 54 ล้านบาท และปี 2560 จะมีรายได้ 23,374 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 1,946 ล้านบาท









