กำไรสุทธิ 1Q56 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี คาดฟื้นตัวใน 2H56
- ราคาขายถ่านหินที่ลดลง กดดันกำไรสุทธิ 1Q56
BANPU ประกาศกำไรสุทธิ 1Q56 อยู่ที่ 925 ล้านบาท (-55%QoQ, -59%YoY) ดีกว่าคาด 34% เป็นผลมาจากกำไรจากอนุพันธ์ทางการเงิน และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่กำไรปกติอยู่ที่ 502 ล้านบาท (-65%QoQ, -59%YoY) ปัจจัยลบต่อผลประกอบการยังคงมาจาก (1) ราคาขายเฉลี่ยเหมืองในอินโดนีเซียและออสเตรเลียที่ลดลงเหลือ 80.6 เหรียญต่อตัน (-20%YoY) และ 65.6 เหรียญต่อตัน (-10%YoY) เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากราคาถ่านหินในตลาดโลกที่ลดลง และ (2) ต้นทุนในการดำเนินงานเพิ่ม (12%YoY) เป็นผลมาจากการย้าย Longwall ในเหมือง Mandalong ในประเทศออสเตรเลียที่ล่าช้ากว่าแผน และเป็นเหตุให้ปริมาณผลิตต่ำกว่าเป้าหมาย เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อัตราการทำกำไรขั้นต้นของบริษัทลดลงจาก 42% ใน 1Q55 เหลือ 29% ใน 1Q56
- คาดกำไร 2H56 ฟื้นตัว คงประมาณการปี 2556 ไว้เท่าเดิม
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 ไว้ที่ 7,148 ล้านบาท (-23%YoY) แม้กำไรสุทธิ 1Q56 คิดเป็นเพียง 13% ของประมาณการ เราคาดหมายจะเห็นการฟื้นตัวของยอดขายถ่านหินหลังหมดช่วงฤดูฝนในประเทศอินโดนีเซีย รวมทั้งอัตราการทำกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น หลังบริษัทเริ่มแผนปรับลดต้นทุนการผลิตมาตั้งแต่ 2H55 เพื่อให้สอดคล้องกับตลาดถ่านหินในปัจจุบัน ด้านราคาถ่านหินเรายังคาดหมายจะเห็นการฟื้นตัวใน 2H56 เรามองว่าราคาถ่านหินที่ทรงตัวในระดับ 80 เหรียญต่อตัน ในช่วงที่ผ่านมาทำให้ผู้ผลิตถ่านหินที่มีต้นทุนสูง ในสหรัฐฯ และออสเตรเลีย ทยอยลดกำลังการผลิตและหยุดดำเนินการผลิต อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวของราคาถ่านหินในตลาดโลก จะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาถ่านหินของ BANPU ในปี 2557









