ค่าบาทแข็งค่าหลังจากรัฐบาล-ธปท.ยังไม่มีสัญญาณใช้มาตรการดูแลค่าเงิน ดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่า จากญี่ปุ่นอัดฉีด-อีซีบี จ่อใช้ดอกเบี้ยติดลบ
การเคลื่อนไหวค่าเงินบาทต่อดอลลาร์วานนี้ (13 พ.ค.) ปรับตัวแข็งค่าในช่วงท้ายตลาด หลังจากที่ในช่วงเช้าอ่อนค่าลงไปแตะระดับ 29.83 บาทต่อดอลลาร์ จากความกังวลรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีมาตรการออกมาดูแลค่าเงิน
นักบริหารเงินจากธนาคารพาณิชย์ กล่าวว่า ค่าเงินบาทในช่วงบ่ายแข็งค่าขึ้นจากช่วงเช้า หลังจากการประชุมของหน่วยงานด้านเศรษฐกิจยังไม่มีสัญญาณว่าจะเริ่มใช้มาตรการดูแลเงินบาท เหมือนอย่างที่นักลงทุนบางส่วนกังวลก่อนหน้านี้
ในช่วงท้ายตลาด บาทต่อดอลลาร์ อยู่ที่ 29.71/73 แข็งค่าจาก 29.78/83 ในช่วงเช้า ขณะที่ตลาดต่างประเทศ (offshore) อยู่ที่ 29.70/72 จาก 29.78/85 ในช่วงเช้า
"ในปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินอ่อนลง กังวลข่าวการประชุมวานนี้ไประดับหนึ่ง แต่เมื่อผลการประชุมไม่ได้มีอะไรออกมา ก็กลับแข็งค่าขึ้นไปบ้าง แต่แนวโน้มค่าเงินภูมิภาคอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ค่าเงินบาทแข็งกลับไปไม่มาก"
ดอลล์พุ่งทะลุ102เยนในรอบ4ปีครึ่ง
เยนร่วงลงต่ำกว่า 102 เยน เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันนี้ หลังจากที่ประชุมกลุ่มจี-7 ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์ญี่ปุ่นเกี่ยวกับการใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินในเชิงรุก ซึ่งทำให้เยนมีแนวโน้มอ่อนค่าลงต่อไปในระยะสั้น
ดอลลาร์ปรับตัวขึ้น 0.2% สู่ 101.87 เยน หลังฝ่าแนวต้านที่ 102 เยน สู่ระดับสูงถึง 102.15 เยน ในการซื้อขายวานนี้ที่ตลาดเอเชีย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2008
ความวิตกเกี่ยวกับการขายเยนในสัปดาห์ที่ผ่านมาก่อนการประชุมจี-7 ได้สิ้นสุดไปหลังจากญี่ปุ่นรอดพ้นจากการถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับโครงการผ่อนคลายทางการเงินเชิงรุกที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 เม.ย. โดยนายจอร์จ ออสบอร์น รมว.คลังของอังกฤษ กล่าวว่า จี-7 ได้ดำเนินการตามการยืนยันที่จะไม่พุ่งเป้าหมายการหารือไปยังประเด็นอัตราแลกเปลี่ยน
นักวิเคราะห์และเทรดเดอร์ ระบุว่า ดอลลาร์มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเหนือระดับสำคัญทางจิตวิทยาที่ 100 เยน ในสัปดาห์ที่ผ่านมาอันเนื่องมาจากสัญญาณการฟื้นตัวของตลาดแรงงานสหรัฐมากกว่าผลของมาตรการบีโอเจ
ขณะที่ข้อมูลที่บ่งชี้ว่านักลงทุนญี่ปุ่นกำลังทำการซื้อสินทรัพย์ต่างประเทศมากขึ้นนั้น เป็นปัจจัยยิ่งเร่งให้เยนร่วงลงเมื่อวันศุกร์
ฟิทช์เผยนักลงทุนคาดวิกฤติยูโรแย่ลง
ผลสำรวจรายไตรมาสของบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ระบุว่า นักลงทุนมากกว่าครึ่งคาดการณ์ว่า วิกฤติยูโรโซนจะเลวร้ายลงอีกครั้ง
ทั้งนี้ ผลสำรวจความเห็นผู้จัดการ ซึ่งดูแลตราสารหนี้คิดเป็นมูลค่าราว 8.6 ล้านล้านยูโร พบว่า ผู้จัดการ 29% รู้สึกว่า วิกฤตการณ์ที่ยุติลงชั่วคราว เมื่อไม่นานมานี้ เป็นเพียงความสงบในช่วงเวลาสั้นๆ ขณะที่ผู้จัดการอีก 30%ระบุว่า ตลาด "มีความคึกคักผิดปกติ"
"มีความแตกต่างกันอย่างมากระหว่างภาวะถดถอยอย่างต่อเนื่องและภาวะว่างงานที่เพิ่มขึ้นทั่วยุโรป และการพุ่งขึ้นของตลาดการเงิน" ฟิทช์ ระบุ
"ถ้าการพุ่งขึ้นของตลาดการเงินไม่ได้รับการสนับสนุนจากเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และความคืบหน้าต่อการจัดตั้งสหภาพธนาคาร อันตรายก็คือว่าความผันผวนในตลาดจะกลับมาอีกครั้งในช่วงฤดูร้อน เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในปี 2012 และ ปี 2011"
อีซีบีส่งสัญญาณใช้ดอกเบี้ยติดลบ
นายอิกนาซิโอ วิสโก สมาชิกสภาบริหาร ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของอีซีบีให้ต่ำกว่าระดับ 0% จะเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการช่วยเหลือเศรษฐกิจยูโรโซน
ทั้งนี้ การทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากติดลบหมายความว่า อีซีบี จะคิดค่าธรรมเนียมจากธนาคารพาณิชย์สำหรับการฝากเงินประเภทข้ามคืนกับทางอีซีบี ซึ่งเป็นสิ่งที่นายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี เคยกล่าวว่า อีซีบี "มีความพร้อมทางเทคนิค" ที่จะดำเนินการ
การดำเนินการดังกล่าวจะส่งเสริมให้ธนาคารต่างๆ ปล่อยกู้ให้แก่ภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง แทนที่จะฝากเงินไว้กับอีซีบี แต่นั่นก็อาจจะมีผลกระทบอย่างมากต่อการดำเนินงานของธนาคาร และส่งผลอย่างมาก ต่อตลาดตราสารหนี้และตลาดพันธบัตร
ขณะที่ เดนมาร์ก ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกยูโรโซน ได้ใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ติดลบแล้ว แต่อีซีบีจะถือเป็นธนาคารกลางชั้นนำแห่งแรกที่ใช้มาตรการนี้ ซึ่งเป็นขั้นตอนนโยบายที่อีซีบีกำลังพิจารณาเพื่อพยายามส่งเสริมการปล่อยสินเชื่อให้แก่ภาคธุรกิจต่างๆ ในเขตยูโร
พร้อมรับมือผลกระทบดอกเบี้ยติดลบ
นายวิสโก กล่าวว่า อีซีบีพร้อมที่จะจัดการกับผลที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากติดลบ
"เราต่างเห็นพ้องกันในสภาบริหารว่า เราต้องพิจารณาด้วยความเอาใจใส่ และในกรณีดังกล่าวเราอาจจะลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก" นายวิสโก กล่าวขณะให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซี
"ผมก็คิดว่า นี่เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพ โดยเศรษฐกิจขณะนี้สามารถยอมรับได้ ซึ่งในทางเทคนิค เรามีการเตรียมตัวและมีความพร้อมที่จะเข้าแทรกแซง แต่ก็อาจจะมีผลไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นเรารู้ว่า เราอาจจะต้องใช้วิธีนี้ และเรารู้วิธีที่จะใช้วิธีนี้"
ยูโรร่วงลงสู่ระดับ 1.2953 ดอลลาร์ หลังการแสดงความเห็นของนายวิสโก จากระดับ 1.2976 ดอลลาร์ก่อนหน้านี้ ขณะที่สัญญาผลตอบแทน พันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นหลังความเห็นดังกล่าว อีซีบีคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ระดับ 0% ในการประชุมนโยบาย
เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ซึ่งอีซีบีได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ลงสู่ระดับ ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.5% หลังมติดังกล่าว นายดรากีกล่าวว่า อีซีบี "มีความพร้อมทางเทคนิค" ที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากให้ติดลบ
ดอลล์แข็งทุบทองร่วงต่ำรอบ 2 สัปดาห์
ราคาทองคำร่วงลงกว่า 1% ในช่วงเช้าวานนี้ในตลาดเอเชีย โดยปรับตัวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ จากสัญญาณตลาดแรงงานที่ปรับตัวดีขึ้นของสหรัฐ และสัดส่วนการถือครองกองทุน ETF ที่ลดลงอีกครั้ง
ข้อมูลตลาดแรงงานของสหรัฐบ่งชี้ทิศทางการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของสหรัฐ ซึ่งทำให้มีการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะทำการปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งราคาทองทรุดตัวลงกว่า 14% แล้วในปีนี้ ขณะที่นักลงทุนโยกย้ายเงินไปลงทุนในตลาดหุ้นและดอลลาร์
"จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีอะไรในตลาดที่เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับช่วงขาขึ้นของราคาทอง โดยทองจำเป็นต้องพุ่งทะลุระดับ 1,487 ดอลลาร์เพื่อปรับฐานในช่วงขาขึ้น" นางจอยซ์ หลิว นักวิเคราะห์ด้านการลงทุนจาก ฟิลิป ฟิวเจอร์ส กล่าว
กองทุนลดการถือครองทองคำต่อเนื่อง
"ข้อมูลของคณะกรรมาธิการการค้าสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ของสหรัฐ (CFTC) ระบุว่า ตลาดมีสถานะขายทองมากขึ้น โดยเป็นการส่งสัญญาณเชิงลบให้แก่นักเก็งกำไรรายย่อย ซึ่งไม่รู้ว่ากองทุนมีมุมมองต่อทองอย่างไร ขณะที่อาจมีแรงขายทางเทคนิคออกมาบ้าง เพราะราคาร่วงต่ำกว่าระดับ 1,440 ดอลลาร์แล้ว"
สัญญาทองล่วงหน้าส่งมอบเดือนมิ.ย. ที่ตลาดนิวยอร์ก ดิ่งลง 6.80 ดอลลาร์ อยู่ที่ 1,429.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในวันนี้
ข้อมูลของ CFTC ระบุว่า กองทุนเฮดจ์ฟันด์ และผู้จัดการกองทุนได้ปรับลดสถานะซื้อสัญญาและออปชั่นทองในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 7 พ.ค. จากราคาทองที่ร่วงลง และสัดส่วนการถือครองของกองทุน ETF ที่ลดลง
กองทุน SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุน ETF ทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ระบุว่า ทางกองทุนลดปริมาณการถือครองทอง 0.24% สู่ 1,051.65 ตัน เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว หลังจากที่เพิ่มปริมาณขึ้นเล็กน้อยเมื่อวันพฤหัสบดี แต่สัดส่วนการถือครองทองยังคงอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี









