"อาคม"รับบาทแข็งกระทบเศรษฐกิจ เผยข้อมูลรายเดือนเกิดผลกระทบใน 3 ส่วน "ส่งออก-ลงทุนเอกชน-การบริโภค" คาดไตรมาส 2-3 กระทบหนัก
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้เมื่อดูจากดัชนีชี้วัดต่างๆ ในช่วง เดือน ก.พ. - มี.ค.ที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่ามีสัญญาณที่อ่อนตัวลงจากผลกระทบของเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นสะท้อนใน 3 ด้านคือการส่งออก การลงทุนภาคเอกชน และการบริโภค
ในเรื่องของภาคการส่งออกเป็นส่วนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดโดยในไตรมาสแรกขยายตัวเพิ่มขึ้นเพียง 4.5 % ขณะที่เป้าหมายที่ตั้งไว้อยูที่ขยายตัว 9% โดยผลกระทบจากภายนอกยังเป็นปัจจัยสำคัญโดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปยังไม่คลี่คลาย รวมทั้งวิกฤติปัญหาไซปรัสก็ส่งผลกระทบต่อเนื่องทำให้เศรษฐกิจของยุโรปจะยังไม่ฟื้นตัวในปีนี้อย่างแน่นอน นอกจากนั้นการใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (QE) ของทั้งสหรัฐฯและญี่ปุ่น ซึ่งแข่งขันกันทำให้ค่าเงินของตนเองอ่อนลง ก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยด้วย
ส่วนสัญญาณการชะลอตัวลงของการลงทุนภาคเอกชน โดยในช่วงที่ผ่านมาแม้การแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งทำให้ราคาการนำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศถูกลงแต่เอกชนก็ไม่ได้นำเข้าเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตมากขึ้นเท่าใดนัก ขณะที่ในเรื่องของการบริโภคก็มีทิศทางที่ปรับตัวลดลงโดยเฉพาะในเดือน ก.พ. - มี.ค.ซึ่งส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะใน 2 เดือนนี้มีวันหยุดมาก แต่เมื่อมีวันหยุดมากก็น่าจะมีการใช้จ่ายในช่วงวันหยุดมาก
แต่เมื่อการบริโภคลดลงก็สะท้อนว่าประชาชนอาจมีข้อจำกัดเรื่องรายได้ ทำให้ต้องชะลอการใช้จ่าย ส่วนโครงการรถคันแรกขณะนี้ก็ยังมีผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่บ้าง คาดว่าจะมีผลไปถึงไตรมาสที่ 2 ปีนี้ ส่วนสินค้าในกลุ่มรถยนต์ก็ยังขายได้ดีตามแผนการสั่งซื้อ ขณะที่สินค้าที่ได้รับการกระทบเป็นสินค้าส่งออก เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้บางส่วนก็จะกระทบกับซับพลายเชน เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่มีส่วนประกอบส่งมาจากญี่ปุ่นซึ่งค่าเงินเยนอ่อน ก็จะส่งผลกระทบที่แตกต่างเนื่องจากค่าเงินบาทมีการแข็งค่าก็จะทำให้ราคาต้นทุนแตกต่างกันมาก
"ถ้ามองเศรษฐกิจในภาพรวมเปรียบเทียบกับในปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจของเราก็น่าจะยังไปได้ โดยการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรกก็ยังคงเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ที่ 4.5 - 5.5% แต่ถ้ามองเทียบกันเดือนต่อเดือนคือม.ค.เทียบกับ ก.พ.ก.พ. เทียบกับมี.ค.สัญญาณก็อ่อนลง แต่ยังสูงกว่าปีที่แล้วแต่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้"
ส่วนไตรมาสที่ 2 - 3 ของปีนี้หากสถานการณ์เงินบาทยังเป็นไปในทิศทางแข็งค่าขึ้นผู้ประกอบการหลายส่วนจะได้รับผลกระทบแน่นอน









