กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดศูนย์ AEC Plus ติดอาวุธธุรกิจไทยลุยอาเซียน ระบุเป็นศูนย์กลางบริการข้อมูลเชิงลึกด้านการค้า-การลงทุน
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่าขณะนี้ได้จัดตั้ง ”ศูนย์พัฒนาการค้าและธุรกิจไทยในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและเอเชีย (AEC Plus)” โดยได้บูรณาการการทำงานร่วมกับศูนย์ DITP Service Center ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการให้บริการแก่ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการจะทำธุรกิจการค้า การลงทุน การจัดหาวัตถุดิบในประเทศอาเซียน เพื่อรองรับการเปิดตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)ปลายปี 2558
โดยศูนย์ดังกล่าวจะให้บริการข้อมูลและคำปรึกษาในเชิงลึก ทั้งเรื่องการตลาด ข้อมูลด้านการลงทุน กฎหมาย เครือข่ายธุรกิจที่สำคัญในอาเซียนแบบครบวงจร โดยนำข้อมูลด้านการตลาดและประเด็นที่มีนัยสำคัญทางเศรษฐกิจเชิงลึก จากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ในอาเซียนที่มีอยู่ทั้ง 9 แห่ง เพื่อนำมาเผยแพร่ให้กับผู้ประกอบการของไทย
นอกจากนี้ ยังได้ให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในอาเซียน จะต้องอำนวยความสะดวกและประสานงานในการทำธุรกิจแก่นักธุรกิจไทย ที่เดินทางไปติดต่อธุรกิจทำการค้าการลงทุนกับประเทศอาเซียนที่ตนเองประจำอยู่ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสในการบุกเจาะตลาดอาเซียนได้เพิ่มขึ้น โดยกรมฯ ตั้งเป้าที่จะผลักดันให้อาเซียนเป็นตลาดอันดับ 1 ของไทย โดยปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดกว่า 25% และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้น หลังจากเปิดเสรีการค้าเออีซี
"ได้ประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์กับทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในอาเซียนแล้ว พร้อมทั้งได้สั่งให้ทูตพาณิชย์ดำเนินการจัดทำข้อมูลเชิงลึกในด้านต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลให้กับผู้ประกอบการของไทย ที่ต้องการจะไปทำการค้า การลงทุนในอาเซียน และต้องให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยอย่างเต็มที่"นางศรีรัตน์ กล่าวและว่าการให้ข้อมูลผู้ประกอบการถือเป็นเรื่องสำคัญในการลงทุนและการตัดสินใจ
ทั้งนี้ จะมีการประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์กับทูตพาณิชย์ในที่ประจำอยู่ในประเทศอื่นๆ ที่เป็นตลาดเป้าหมายในการผลักดันการส่งออกเพิ่มเติมอีก ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย ซึ่งมีสำนักงานอยู่รวมกัน 17 แห่ง
นางศรีรัตน์ กล่าวว่า นอกจากการจัดตั้งศูนย์ AEC Plus แล้ว ทางกรมฯยังได้เพิ่มการจัดทำโครงการเพื่อส่งเสริมและผลักดันการส่งออกไปตลาดอาเซียนเพิ่มขึ้น
โดยจะมีโครงการรวมทั้งหมด 62 โครงการ แยกเป็นตลาดอาเซียนเดิม 22 โครงการ และอาเซียนใหม่ 27 โครงการ ส่วนโครงการที่เหลือกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเน้นประเทศอาเซียนไหนเป็นพิเศษ ซึ่งโครงการจะอยู่ในรูปแบบหลักๆ เช่น การจัดคณะผู้แทนการค้าระดับสูงของไทยเยือนอาเซียน หรือ ผู้แทนการค้าระดับสูงของอาเซียนมาเยือนไทย การส่งเสริมการขายร่วมกับห้างสรรพสินค้าในอาเซียน การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า การจัดคณะผู้แทนการค้าไทยไปเจรจาธุรกิจในประเทศอาเซียน









