ธปท.ยอมรับมาตรการ"บีโอเจ"แรงกว่าคาด มองไทยได้ประโยชน์หากเศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้น เยนอ่อนไทยได้ประโยชน์นำเข้าสินค้าทุน-เครื่องจักรได้ถูกลง
นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ) ที่รับปากว่าจะอัดฉีดเงินเข้าระบบ (คิวอี) อีก 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ พร้อมกับคาดหมายว่าฐานเงินญี่ปุ่นจะเพิ่มขึ้น 2 เท่าภายในเวลา 2 ปีนั้น ถือเป็นมาตรการที่เกินความคาดหมายของ ธปท. ซึ่งหลังจากญี่ปุ่นประกาศมาตรการดังกล่าวออกมา มีผลทำให้เงินเยนอ่อนค่าลงทันที
อย่างไรก็ตาม เงินเยนที่อ่อนค่าลง น่าจะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในจังหวะที่ต้องการพัฒนาศักยภาพการผลิตของตัวเอง เพราะสามารถสั่งซื้อสินค้าทุนหรือเครื่องจักรจากประเทศญี่ปุ่นได้ถูกลง อีกทั้งญี่ปุ่นเองไม่ได้เป็นประเทศคู่แข่งทางด้านส่งออกกับไทย เพราะสินค้าของไทยส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทอาหาร หรือสินค้าจำเป็น ดังนั้นหากเศรษฐกิจญี่ปุ่นดีขึ้น ประชาชนมีความมั่นใจมากขึ้น การบริโภคสินค้าจากไทยก็น่าจะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
"ตอนนี้ค่าเงินเยนเขาก็ถูกลงไปกว่า 20% แล้วเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา ทำให้การนำเข้าของเราถูกลงมาก จึงเป็นเรื่องที่ภาคธุรกิจไทยควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้"นางผ่องเพ็ญกล่าว
รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. กล่าวอีกว่า การทำนโยบายของ ญี่ปุ่น ก็เหมือนกับ คิวอี ของสหรัฐ มันมีผลข้างเคียง คือ นักลงทุนที่ลงทุนอยู่ในตลาดซึ่งผลตอบแทนต่ำก็จะมีจำนวนเพิ่มขึ้น ดังนั้นเขาก็ต้องมองหาแหล่งลงทุนใหม่ที่สามารถให้ผลตอบแทนได้เพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม การทำนโยบายของญี่ปุ่น น่าจะทำให้ผลประกอบการของบริษัทญี่ปุ่นดีขึ้น ที่ผ่านมาจึงเห็นตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวดีขึ้น









