ฟันด์เมเนเจอร์มองตลาดหุ้นไทยเดือนเม.ย.แกว่งผันผวน คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,500-1,550 จุด มองเป้าหมายสิ้นปีดัชนี 1,665 จุด ทองคำเริ่มหมดเสน่ห์
ภาพรวมการลงทุนตลาดหุ้นไทยในเดือนมี.ค. ต้องยอมรับว่า ตลาดหุ้นไทยมีความผันผวน ท่ามกลางกระแสข่าวลือการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หลังนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สิน ในการปล่อยกู้ให้กับสามีนอกสมรส 30 ล้านบาท และความกังวลเกี่ยวกับโครงการลงทุน 2.2 ล้านล้านบาท ที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านล้าน ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ขณะที่ปัญหาวิกฤติการเงินไซปรัส ที่มีการขึ้นภาษีเงินฝาก และหลายฝ่ายกังวลว่าอาจลุกลามยูโรโซน ถือเป็นแรงกดดันให้ตลาดหุ้นผันผวน
นายสุรศักดิ์ ธรรมโม คณะกรรมการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด มองถึงแนวโน้มการลงทุนในเดือนเม.ย.ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มดีขึ้นทั้งในส่วนของสหรัฐ ญี่ปุ่น จีน ซึ่งเห็นได้จากตัวเลขเศรษฐกิจที่เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัว แต่สิ่งที่ห่วงคือวิกฤติหนี้ในยูโรโซน และยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัว ขณะเดียวกันปัญหาวิกฤติการเงินในไซปรัส จะเป็นตัวที่กดดันบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก ถือเป็นปัญหาที่ท้าทายว่าท้ายที่สุดแล้วยุโรปจะจัดการปัญหาอย่างไร
นอกจากนี้ยังเชื่อว่า พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท จะผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร์ หากผ่านเชื่อว่ากระแสเงินที่ล้นโลกในขณะนี้จะไหลเข้ามาลงทุนประเทศไทย ที่จะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ครั้งใหญ่ของประเทศ
ในส่วนของตลาดตราสารหนี้ นายสุรศักดิ์ มองว่า แนวโน้มการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 3 เม.ย. คาดว่าอาจมีการลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากปัญหาการส่งออกซึ่งในเดือนก.พ. ปรับตัวลดลง 5% ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินบาท และเริ่มเห็นการแข่งขันระดมเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ของรัฐไม่ว่าจะเป็นธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธ.อ.ส.) และธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อย่างธนาคารกรุงเทพ และธนาคารไทยพาณิชย์
ส่วนการลงทุนในทองคำ บลจ.ฟินันซ่า แนะนำให้ถือติดพอร์ตประมาณ 5% เท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงหากเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ มองว่าแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในเดือนเม.ย.คาดว่าจะแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,500-1,550 จุด โดยดัชนีจะมีความผันผวนตามข่าวที่เข้ามากระทบทั้งปัจจัยต่างประเทศ และในประเทศ โดยปัจจัยเสี่ยงที่จะมีน้ำหนักต่อการลงทุนจะเป็นเรื่องของการเมืองในประเทศมากกว่าต่างประเทศ
นอกจากนี้ ในช่วงเดือนเม.ย.เป็นช่วงที่มีเทศกาลวันหยุดสงกรานต์ ทำให้แนวโน้มตลาดหุ้นน่าจะแกว่งตัวในช่วงแคบต่อเนื่องไปจนถึงเดือนพ.ค.
ส่วนการประชุมกนง.ในเดือนเม.ย.คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ย เพราะค่าเงินบาทเริ่มมีเสถียรภาพ แต่ก็ต้องมองในแง่ของการส่งออกด้วย ถ้าค่าเงินบาทยังคงแข็งค่า และส่งผลกระทบต่อการส่งออก อาจทำให้กนง.อาจมีความจำเป็นต้องลดดอกเบี้ย แต่ก็ต้องยอมรับเช่นกันว่า อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงในขณะนี้ติดลบ
ส่วนแนวโน้มการลงทุนในตลาดทองคำ บลจ.วรรณ ยังไม่ให้น้ำหนักของการลงทุน
นายไพศาล ครุฑดำรงชัย รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน บลจ.ทหารไทย มุมมองของบริษัทยังคงให้น้ำหนักกับการลงทุนในตลาดหุ้น ซึ่งคาดว่าดัชนีจะผันผวนเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในเดือนมี.ค. ส่วนปัญหาการเมืองในประเทศ บริษัทไม่ได้ให้น้ำหนักมากนัก โดยคาดว่าเงินทุนไหลเข้าจะเป็นตัวขับเคลื่อนดัชนี
การประชุมกนง.ในเดือนเม.ย.คาดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เนื่องจากค่าเงินบาทเริ่มนิ่ง
ส่วนการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ บลจ.ทหารไทย แนะนำลงทุนตราสารหนี้อายุ 6 เดือนถึง 1 ปี เนื่องจากมองว่าในช่วง 6 เดือนข้างหน้าอัตราดอกเบี้ยน่าจะทรงตัว หรือมีโอกาสปรับตัวลดลง
การลงทุนในทองคำ บลจ.ทหารไทย มองว่าราคาทองน่าจะแกว่งตัวในช่วงแคบ มองไปในช่วง 3 เดือนข้างหน้าราคาทองไม่น่าจะปรับตัวสูงขึ้นมากนัก โดยแนะนำลงทุนทองประมาณ 5% ของพอร์ตการลงทุน









