วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

RS : ขาย

ราคาหุ้นสะท้อนความคาดหวังในอนาคตแล้ว ปรับคำแนะนำเป็น “ขาย”

กำไร 4Q55 ลดลง 27% QoQ แต่เติบโตกว่า 52% YoY

RS รายงานกำไรงวด 4Q55 อยู่ที่ 55 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย และลดลง 27% QoQ เนื่องจากธุรกิจโชว์บิซถูกเลื่อนกำหนดการแสดงออกไป ทำให้รายได้ส่วนนี้ลดลง 64% QoQ รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริการเพิ่มขึ้น 46% QoQ คาดว่าเกิดจากค่าใช้จ่ายโบนัสพนักงานรวมทั้งการตัดต้นทุนบางส่วนของธุรกิจเพย์ทีวี “RS Sport Laliga” อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อุตสาหกรรมสื่อโฆษณาได้รับผลกระทบทางอ้อมจากเหตุการณ์น้ำท่วม กำไรงวด 4Q55 จะเติบโตถึง 52% YoY รวมทั้งปี 2555 RS มีกำไร 281 ล้านบาท เติบโต 34% YoY ทั้งนี้ RS ประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 2H55 จำนวน 0.15 บาท/หุ้น (XD วันที่ 8 มี.ค. จ่ายปันผลวันที่ 8 พ.ค.)


ช่องฟรีทีวีดาวเทียมแนวโน้มเติบโตแข็งแรง แต่ช่องเพย์ทีวียังน่ากังวล

ปี 2556 ธุรกิจทีวีดาวเทียมยังคงเป็นตัวผลักดันการเติบโตหลักของ RS จากการปรับขึ้นอัตราค่าโฆษณากว่า 100% เมื่อปลายปีก่อน เราคาดว่ารายได้จากธุรกิจทีวีดาวเทียมจะเติบโตถึง 89% YoY เป็น 1 พันล้านบาท ทำให้รายได้รวมเติบโต 25% YoY เป็น 3.5 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม เรายังคงมีความกังวลว่าธุรกิจเพย์ทีวี RS Sport Laliga (เปลี่ยนเป็น Sun Channel เดือน มี.ค. 56) จะเป็นตัวฉุดผลประกอบการโดยรวมหลังจากปีที่แล้วทำผลงานได้ต่ำกว่าเป้า รวมทั้งการแข่งขันในปีนี้จะมีความรุนแรงมากขึ้น เราจึงคาดกำไรปี 2556 ของ RS อย่างอนุรักษ์นิยมเติบโตเพียงราว 19% YoY


ประเมินมูลค่าเหมาะสม 2 กรณี Conservative และ Aggressive

นับตั้งแต่ต้นปี 2556 ราคาหุ้น RS เพิ่มขึ้นกว่า 90 – 100% YTD เราประเมินว่าเป็นการซื้อขายบนความคาดหวังการเติบโตอย่าง Aggressive ตามเป้าหมายการเติบโตของผู้บริหาร RS ที่คาดว่ารายได้จะเติบโตกว่า 40% เป็น 4 พันล้านบาท สูงกว่าที่เราประมาณการ ดังนั้น เราจึงประเมินมูลค่าเหมาะสมเป็น 2 กรณี คือ (1) Conservative (ตามประมาณการเรา) ได้มูลค่าเหมาะสมเท่ากับ 7.30 บาท และ (2) Aggressive (ตามประมาณการผู้บริหาร RS บวกโอกาสจากดิจิตอลทีวี) ได้มูลค่าเหมาะสมเท่ากับ 14.50 บาท ทั้งนี้ เราเชื่อว่ามูลค่าเหมาะสมกรณีที่ 1 มีความเป็นไปได้มากกว่า


ราคาหุ้นสะท้อนความคาดหวังสูง ในขณะที่ยังมีความไม่แน่นอน

แม้เราจะยังเชื่อว่า RS มีโอกาสเติบโตอย่างโดดเด่นจากธุรกิจทีวีดาวเทียม และมีโอกาสได้ประโยชน์จากการเกิดดิจิตอลทีวีในปี 2556 แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่แน่นอนในหลายปัจจัย เช่น ธุรกิจเพย์ทีวีอาจเป็นตัวฉุดผลประกอบการโดยรวมในปี 2556 รวมทั้งการเกิดดิจิตอลทีวียังไม่มีความชัดเจน เป็นต้น นอกจากนี้ ราคาหุ้น RS ในปัจจุบันสูงกว่ามูลค่าเหมาะสม (Conservative) ที่เราประเมินกว่า 35% เราจึงเปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ขาย” ทำกำไร (จากเดิม “ถือ”)