เงินบาททรงตัว ขณะที่หุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นจากแรงซื้อเก็งกำไร
ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้
อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น
๐ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง ธนาคารพาณิชย์มีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.65% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 2.75% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน
ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 26 ก.พ.- 1 มี.ค. 2556 ธนาคารพาณิชย์คงจะมีการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะยังทรงตัวต่อเนื่องใกล้ระดับ 2.75%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ
๐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.18% ในวันศุกร์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของไทยทรงตัวก่อนที่ปรับเพิ่มขึ้น หลังคณะคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ก่อนที่จะปรับลดลงเล็กน้อยในวันศุกร์ โดยมีแรงขายทำกำไรของนักลงทุน
๐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 1.98% ในวันพฤหัสบดี ลดลงเมื่อเทียบกับ 2.00% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นในวันอังคาร โดยมีแรงขายทำกำไรของนักลงทุน ก่อนที่จะปรับลดลงในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ จากความกังวลเกี่ยวกับการตัดลดงบประมาณโดยอัตโนมัติของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 1 มี.ค. นี้ รวมถึงเครื่องชี้ภาคการผลิตในยุโรปที่น่าผิดหวัง
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าเงินบาท (Onshore)
๐ เงินบาททรงตัว โดยเงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ตามทิศทางการแข็งค่าของสกุลเงินในภูมิภาคและการปรับตัวขึ้นของดัชนีตลาดหุ้นไทย อย่างไรก็ดี เงินบาทต้องล้างช่วงบวกทั้งหมดลงและกลับมาทยอยอ่อนค่าในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ เนื่องจากเงินดอลลาร์ฯ ดีดตัวกลับมาแข็งค่าขึ้น หลังจากที่บันทึกการประชุมเฟดเมื่อปลายเดือนม.ค.กระตุ้นให้ตลาดเริ่มกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการยุติมาตรการ QE ในช่วงปลายปีนี้ อนึ่ง การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทยังเป็นไปอย่างปกติในช่วงหลังการประชุมกนง.รอบล่าสุด ซึ่งมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยไว้ที่ 2.75% ตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ในตลาด
๐ ในวันศุกร์ (22 ก.พ.) เงินบาทอยู่ที่ 29.84 เท่ากับระดับปิดตลาดในวันศุกร์ก่อนหน้า (15 ก.พ.)
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (25 ก.พ.-1 มี.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 29.80-29.95 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยต้องติดตามการหาข้อสรุปในเรื่องการตัดลดงบประมาณอัตโนมัติของสหรัฐฯ (ที่จะเริ่มวันที่ 1 มี.ค.) ถ้อยแถลงนโยบายการเงินและเศรษฐกิจของประธานเฟด และผลสำรวจดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนก.พ.ของหลายๆ ประเทศ ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM ภาคการผลิตดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ. ยอดขายบ้านใหม่ ยอดทำสัญญาบ้านที่รอปิดการขาย ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน เดือนม.ค. ดัชนีราคาบ้านในเดือนธ.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และจีดีพีประจำไตรมาส 4/2555 (ครั้งที่ 2)
เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ
๐ เงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ โดยเงินยูโรขยับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในช่วงต้นสัปดาห์ตามสัญญาณบวกของเศรษฐกิจเยอรมนีที่สะท้อนผ่านการเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปีของดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจโดยสถาบัน ZEW ในเดือนก.พ. อย่างไรก็ดี เงินยูโรกลับมาร่วงลงอย่างหนักในช่วงกลางสัปดาห์ หลังบันทึกการประชุมเฟด บ่งชี้ว่าผู้กำหนดนโยบายบางรายมองว่าเฟดอาจต้องชะลอหรือยุติมาตรการ QE ก่อนตลาดแรงงานจะกระเตื้องขึ้น นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่เปราะบางของสมาชิกยูโรโซน และความวิตกเรื่องเสถียรภาพของรัฐสภาอิตาลีหลังการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 24-25 ก.พ. นี้ ก็เป็นปัจจัยลบต่อเงินยูโรด้วยเช่นกัน กระนั้นก็ดี เงินยูโรลดช่วงติดลบลงบางส่วนในช่วงท้ายสัปดาห์ หลังจากที่ดัชนีความเชื่อมั่นของสถาบัน Ifo ของเยอรมนี พุ่งขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
๐ เงินเยนปรับตัวในกรอบแคบๆ โดยมีทิศทางทยอยแข็งค่าหลังจากที่ความขัดแย้งระหว่างมุมมองของเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่น ทำให้ตลาดไม่แน่ใจในแนวทางการผ่อนคลายเชิงรุกของนโยบายการเงินญี่ปุ่น
๐ ในวันศุกร์ (22 ก.พ.) เงินยูโรอยู่ที่ 1.3222 เทียบกับ 1.3362 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า ขณะที่ เงินเยนอยู่ที่ 93.33 จาก 93.48 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า
ตลาดทุน
ตลาดหุ้นไทย
๐ ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นจากแรงซื้อเก็งกำไร ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,540.13 จุด เพิ่มขึ้น 1.22% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 2.79% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 59,536.43 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนรายย่อย ซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติ และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 462.87 จุด เพิ่มขึ้น 2.63% จากสัปดาห์ก่อน
๐ ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ ท่ามกลางแรงซื้อเก็งกำไรจากนักลงทุน รวมทั้งแรงซื้อจากกองทุนในประเทศ ก่อนที่จะปรับลดลงในวันพฤหัสบดี โดยได้รับปัจจัยกดดันจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งกล่าวถึงประเด็นความเป็นไปได้ของการชะลอหรือยุติมาตรการเข้าซื้อตราสารหนี้ก่อนกำหนด ก่อนที่จะปรับขึ้นต่อในวันศุกร์ จากแรงซื้อกลับของนักลงทุน
๐ สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ระหว่างวันที่ 25 ก.พ.- 1 มี.ค. 2556 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นจากแรงซื้อเก็งกำไร แต่ต้องระวังแรงขายทำกำไร โดยต้องรอดูการประชุมผลการเลือกตั้งของอิตาลี รวมถึงการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ อาทิ เครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน GDP ไตรมาส 4/55 (ประมาณการณ์ครั้งที่ 2) และเครื่องชี้ภาคการผลิต (ISM Manufacturing) ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,520 และ 1,505 ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,565 และ 1,600 ตามลำดับ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ
๐ ดัชนี DJIA ปรับลดลง จากความกังวลต่อท่าทีของเฟดที่อาจจะชะลอหรือยุติการซื้อพันธบัตรเร็วกว่าคาด โดยในวันพฤหัสบดี ดัชนี DJIA ปิดที่ 13,973.39 จุด ลดลง 0.14% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นในวันอังคาร หลังปิดทำการในวันจันทร์ โดยได้แรงหนุนจากกิจกรรมการควบรวมกิจการที่เพิ่มขึ้น ก่อนที่จะปรับลดลงในช่วงกลางสัปดาห์ หลังรายงานการประชุมครั้งล่าสุดจากธนาคารกลางสหรัฐฯ บ่งชี้ว่า เฟดอาจจะชะลอหรือยุติการซื้อพันธบัตรเร็วกว่าคาด รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจในยูโรโซน หลังเครื่องชี้ภาคการผลิตปรับตัวลดลง
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น
๐ ดัชนี Nikkei ปรับเพิ่มขึ้น จากแรงหนุนของการอ่อนค่าของเงินเยน โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 11,385.94 จุด เพิ่มขึ้น 1.30% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวสลับขึ้นลงตลอดสัปดาห์ โดยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ ท่ามกลางการอ่อนค่าของเงินเยน ก่อนที่จะปรับลดลงในวันอังคาร หลังทางการญี่ปุนปฏิเสธถึงแผนการซื้อพันธบัตรต่างชาติ จากนั้นตลาดหุ้นปรับเพิ่มขึ้นในวันพุธ โดยได้แรงหนุนจากผลกำไรของบริษัทโตโยต้า อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับร่วงลงในวันพฤหัสบดี หลังรายงานการประชุมครั้งล่าสุดจากธนาคารกลางสหรัฐฯ บ่งชี้ว่า เฟดอาจจะชะลอหรือยุติการซื้อพันธบัตรเร็วกว่าคาด ก่อนที่ฟื้นขึ้นจากแรงซื้อหุ้นกลับคืนในวันศุกร์








