วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ค้าปลีก-ท่องเที่ยว'บูม..ดันแฟชั่น'ไทยแบรนด์'โกอินเตอร์

แพลตฟอร์มศูนย์การค้าในเมืองไทยที่หาตัวเปรียบเทียบยาก!! ทั้งคอนเซ็ปต์ ความสด และหลากหลายของรูปแบบเจาะลูกค้ารายกลุ่มแต่ละระดับ

ภายใต้แผนเร่งสยายปีกทั่วประเทศ และเริ่มขยายออก "นอกบ้าน" ประกอบกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่คนไทยเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น ล้วนเป็นสัญญาณบวกต่อ "ธุรกิจแฟชั่นไทย"

สมชัย ส่งวัฒนา ประธานบริหารและผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ บริษัท แอท แบงค็อก จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ "ฟลายนาว" (FLYNOW) กล่าวว่าเวลานี้เรียกว่าเป็น "ยุคทอง" ของธุรกิจแฟชั่นในเมืองไทยและภูมิภาคอาเซียน ความต้องการบริโภคแฟชั่นเกาะอยู่ทุกในเซ็กเม้นต์ของตลาด

แม้กองทัพอินเตอร์แบรนด์จะเดินหน้าเปิดตลาดในเมืองไทยอย่างต่อเนื่องในทุกปี ยอดขายของ "ไทยแบรนด์" อย่างฟลายนาวยังเติบโตสูง 20-30% ต่อปี เชื่อว่าแต่ละแบรนด์น่าจะเติบโตในอัตราเดียวกันนี้ บางแบรนด์อาจพุ่งมากกว่า "เท่าตัว" ด้วยซ้ำ

"ประเทศไทยมีแบรนด์ใหญ่ระดับโลกเข้ามาปีละ 1-2 แบรนด์ แต่ก็ไม่ทำให้ตัวเลขของทุกคนเล็กลง ตลาดกลับใหญ่ขึ้นด้วยซ้ำ ยิ่งแบรนด์ที่อยู่ในโลเคชั่นใจกลางเมืองมีลูกค้าหลักเป็นต่างชาติกลุ่มนี้กำลังซื้อสูง จ่ายสูง นิยมความเป็นเอกลักษณ์ของไทยดีไซเนอร์ที่หาได้ยากในลักชัวรี่แบรนด์ซื้อแล้วมีซ้ำกันแน่นอน"

ธุรกิจแฟชั่นในไทยยังมีความได้เปรียบที่ "ความหลากหลาย" และแหล่งของสินค้าที่ขึ้นชื่อ ตั้งแต่ตลาดนัดสวนจตุจักร ไล่ขึ้นมาสยามสแควร์ ชอปปิงมอลล์ระดับ "เวิลด์คลาส" ปัจจัยเหล่านี้เป็นกระแสที่ทำให้ผู้คน นักท่องเที่ยวต่างชาติมาแล้ว "ติดใจ" ขณะที่ลูกค้าชาวไทยวันนี้สามารถเข้าถึงแฟชั่นได้ทุกระดับ และเข้าสู่กระแสแฟชั่นได้โดยไม่ต้องใช้เงินมากเหมือนในอดีต

"รสนิยมของคนไทยในการแต่งตัวดีขึ้นมาก เด็กไทยมิกซ์แอนด์แมทช์เก่งกว่าหลายประเทศที่แต่งตัวตามกระแสนิยมเดียวกันหมด ทำให้ตลาดแฟชั่นขยายตัวอย่างรวดเร็ว"

ความเป็น "แฟชั่น" ยังมีลักษณะพิเศษ โดยส่วนตัวเชื่อว่า แทนกันไม่ได้มากนัก ผู้ที่ชื่นชอบฟลายนาวก็จะไม่ใช้แบรนด์อื่น เป็นโจทย์สำคัญของผู้ประกอบการจะรักษาความภักดีต่อแบรนด์อย่างยาวนานได้อย่างไร ซึ่ง "ฐานลูกค้าประจำ" ยังสะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่สามารถ "ต่อยอด" ขยายฐานธุรกิจต่อเนื่องได้ทั้งในและต่างประเทศ

สมชัย กล่าวต่อว่านับจากนี้เชื่อว่าในวงการแฟชั่น จะมี "ดาวดวงเด่น" หรือ ผู้เล่นรายใหม่ เกิดขึ้นเกือบทุกๆ เดือน โดยเฉพาะ "เด็กรุ่นใหม่" ต่างมองหาอาชีพอิสระ ที่สำคัญทำธุรกิจเป็น!! พื้นฐานครอบครัวดี มีฐานะ เป็น "ทุน" ทำเสื้อผ้าแบบเข้าใจธุรกิจ ไม่ใช่ทำเอา "อิมเมจ" หรือ "อีโก้" ต่างจากสมัยก่อน วงการแฟชั่นส่วนใหญ่ "อาร์ตทิส" เป็นผู้ผลิตชิ้นงาน และรับอิทธิพลหรืออ้างอิงแฟชั่นฟากยุโรป ยังค่อนข้างมีอุปสรรคในเรื่องของการจับต้องได้หรือใช้งานจริง

เทียบปัจจุบันเน้นผสมผสาน และขายความเป็น ไทยแบรนด์ หรือ สไตล์ของเอเชีย-อาเซียนแบรนด์มากขึ้น เป็นคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นของดีไซเนอร์ไทยและบรรดาอาเซียนแบรนด์ สอดรับไปช่วง "ขาขึ้น" ของฟากตะวันออก

"แบรนด์แฟชั่นไทยมีโอกาสเติบโตก้าวกระโดด ซึ่งภาครัฐต้องเพิ่มแรงสนับสนุน สร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันเพื่อขยายตลาดได้กว้างไกล ซึ่งเรามีโมเดลของกรุงเทพฯ เมืองแฟชั่นที่ต้องเร่งสานต่อเป็นรูปธรรมจะเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการวิ่งเร็วขึ้น"

การที่ "ไทย" เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และชาวเอเชีย ที่เดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาคมากขึ้น เป็นโอกาสสำคัญให้ "ลูกค้า" ได้สัมผัสและรู้จักแบรนด์ไทย ก่อนที่จะเปิดเส้นทาง "นอกบ้าน" หลังจากนี้
สำหรับ "ฟลายนาว" มีเป้าหมายเปิดตลาดอาเซียนในอนาคตเช่นกัน แต่รอ "จังหวะ" และมั่นใจว่าพร้อมจริงๆ ต่อก้าวกระโดดครั้งใหญ่

โดยฟลายนาวมุ่งสร้างฐานการทำตลาดในประเทศให้แน่น!! ในปีนี้เริ่มด้วยการเปิดตัว "ฟลายนาว III" โฉมใหม่บนสยามเซ็นเตอร์ นับเป็นยุคที่ 2 ในรอบ 9 ปี ของ ฟลายนาว III มีการดีไซน์ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากขึ้น ให้ "ทุกคน" เข้าถึงได้ง่ายขึ้น พร้อมกันนี้ได้ส่งแบรนด์ใหม่ "บีชลัย" (BIChalai) เจาะกลุ่มเซเลบ ระดับราคา 4,000-20,000 บาท สาขาแรกสยามเซ็นเตอร์เช่นกัน มีแผนขยาย 3 แห่งในช่วง 2-3 ปีนี้ สำหรับไฟต์ติ้งแบรนด์ "แมลง" เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการาเดือน เม.ย.นี้ ปัจจุบันทดลอดจำหน่ายภายในฟลายนาว การ์เด้น

โดยภาพรวมปี 2556 จะมีการขยายสาขาใหม่เพิ่มไม่น้อยกว่า 15 แห่ง ลงทุนกว่า 150 ล้านบาท จากปัจจุบันมีสาขารวม 25-30 สาขา โดยมุ่งรักษาอัตราการเติบโตของยอดขายในระดับ 20-30% ท่ามกลางคู่แข่งหน้าใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง