'วิสแพค'เล็งบุกพม่า-ลาวรับกำลังซื้อเออีซี

'วิสแพค'เล็งบุกพม่า-ลาวรับกำลังซื้อเออีซี

วิสแพค เร่งสยายปีกตลาดอาเซียน เล็งบุกตั้งโรงงานในโครงการทวาย พม่า โกยโอกาสรับเออีซี เล็งส่งไฟท์ติ้งแบรนด์ "วิสแพค" ขยายฐานลูกค้าแมสในไทย

นายจรัล เดชประทุม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วิสแพค จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้างในกลุ่มพื้น, หลังคา เคมีภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ปีนี้มีแผนจะเพิ่มการลงทุนในธุรกิจประเภทวัสดุก่อสร้างไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านและอินโดจีนมากขึ้น เพื่อรองรับกำลังซื้อที่จะเพิ่มขึ้นจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปี 2558 โดยมุ่งเป้าไปที่ พม่า และ ลาว หลังจากเข้าไปบุกเบิกตลาดกัมพูชาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

“เรามองโอกาสธุรกิจพม่าในการรองรับโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย ซึ่งนักลงทุนหลายประเทศให้ความสำคัญ โดยบริษัทมีแผนเข้าตั้งโรงงานผลิตเคมีภัณฑ์เพื่อใช้ในงานก่อสร้าง รวมถึงวัสดุก่อสร้างในพม่า เนื่องจากมองว่ากรุงย่างกุ้งมีโอกาสขยายตัวเหมือนกรุงพนมเปญ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยเฉพาะโรงแรมซึ่งมีการก่อสร้างเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ถือเป็นโอกาสอันสำคัญของเราที่จะนำเทคโนโลยีและความชำนาญที่มีอยู่ในไทยขยายธุรกิจไปต่างประเทศ” นายจรัล กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทวางแผนเช่าที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมทวาย ซึ่งเชื่อจะมีปัญหาน้อยกว่าการเช่าที่ดินนอกนิคมฯ โดยเตรียมเช่าที่ดินประมาณ 15 ไร่ ระยะเวลาเช่า 75 ปี เพื่อลงทุนสร้างโรงงานเคมี หรือวัตถุดิบเพื่อสนับสนุนธุรกิจหลักในประเทศไทยด้วย

ด้านนายเชษฐ โพธิวงศาจารย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิสแพค จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มและทิศทางของเศรษฐกิจในประเทศภาพรวม คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และวัสดุก่อสร้างขยายตัวตามไปด้วย ดังนั้น บริษัทจึงตั้งอัตราการเติบโตของรายได้ปีนี้ไว้ที่ประมาณ 500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน

พร้อมกันนี้ มีแผนที่จะออกสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ภายใต้ชื่อ "วิสแพค" เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่ต้องการสินค้าที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ แต่มีราคาที่เหมาะสม รวมทั้งยังเป็นขยายฐานไปในกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทยังมีการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อรองรับการเติบโตของที่อยู่อาศัยขยายตัวมากขึ้น ทั้งจากโครงการทวาย โครงการก่อสร้างถนนกาญจนบุรี-ทวาย และการเปิดเออีซี ซึ่งดำเนินการภายใต้ชื่อ “บานาน่า รีสอร์ท แอนด์ สปา” เนื้อที่กว่า 10 ไร่ นอกจากนี้ ยังเตรียมนำที่ดินกว่า 100 ไร่ ที่อยู่ติดกับรีสอร์ทมาพัฒนาภายใต้ชื่อโครงการ “ทวาย ริเวอร์แคว วัลเลย์” ในรูปแบบรีสอร์ท จำนวน 50-60 หลัง

“ในอนาคต รายได้จากธุรกิจอสังหาฯ คงมีสัดส่วนรายได้ที่มากกว่าธุรกิจเคมีภัณฑ์ ซึ่งเราวางเป้าไว้ ภายในสิ้นปี 2560 มีรายได้รวม 1,000 ล้านบาท จากรายได้ปีนี้คาดว่าอยู่ที่ 500 ล้านบาท"