ตลาดหุ้นเอเชียฯ เช้านี้ ลดลงกว่า 0.5% จากวิตกแรงขายสินทรัพย์เสี่ยง หลังดอลล์พุ่ง อิงผลประชุมเฟดล่าสุดอาจยุติQE
และข่าว Hedge Fund ขนาดใหญ่ขายสินทรัพย์โภคภัณฑ์ที่ถือครองออก เพื่อปรับสภาพคล่อง
ผลประชุม กนง. 20 ก.พ. โหวต 6 ต่อ 1 เสียง ให้คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.75% (ตามคาด)
แรงขายหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน ฉุดตลาด หลังผลประชุมเฟดล่าสุด บ่งชี้ว่าเฟดอาจชะลอหรือยุติการซื้อพันธบัตรก่อนที่ตลาดแรงงานจะปรับตัวดีขึ้น(ดอลล์แข็ง/แรงขายCarry Trade)
คาดรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ วันนี้ จะเป็นลบต่อตลาด โดยเฉพาะยอดขายบ้านเดิม และสัญญาณ ชี้นำเศรษฐกิจ ที่ชะลอตัวลง
สภาอียูจะออกรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจยุโรปคืนนี้ คาดเป็นบวกต่อเนื่อง หลังเศรษฐกิจเยอรมนีมีแนวโน้มฟื้นตัว
แรงซื้อหนุนตลาดฯ ยังคงมาจากการซื้อเก็งกำไร ของพอร์ตโบรก วานนี้ซื้อต่อ +910.96 ลบ. จาก +528.21 ลบ. และกองทุนในประเทศกลับมาซื้อ +1.37 พันลบ. จากขาย -1.19 พันลบ. ส่วนฝรั่งกลับมาขาย -356.38 ลบ. จาก +98.58ลบ.
คาดดัชนีฯ ลดลง แนวต้าน 1548/155 จุด แนวรับ1535/1530 จุด จากวิตก Liquidity Driven ที่เกิดจาก QE สหรัฐฯ อาจยุติลง คาดส่งผลลบต่อหุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน ซึ่งเป็นกลุ่มทีต่างชาติยังคงน้ำหนัก
การลงทุนในระดับต่ำกว่าตลาดและซาอุดิอาระเบียเตรียมเพิ่มการผลิตน้ำมัน ต้น 2Q/56 เราแนะนำ Let Profit Run โดยมีจุด Stop กำไรสูงขึ้นเป็น 1520 จุดจากเดิม 1510 จุด สำหรับการเล่นรอบ หุ้นเด่นยังคงเน้นหุ้นที่คาดว่าจะรายงานกำไรเติบโตดี (กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง กลุ่มโรงแรมโรงพยาบาล สายการบิน และกลุ่มชิ้นส่วนฯ เป็นกลุ่มที่เติบโตดีในช่วง4Q55 ที่ผ่านมา) หรือ บจ.ที่จ่ายปันผลสูง ยังคงเป็นหุ้นกลุ่มนำตลาด ส่วนหุ้นเก็งกำไร แนะนำ ซื้อเล่นรอบหุ้นที่คาดว่าจะหลุด Cash Balance สัปดาห์หน้า ได้แก่ ERW ITD PLE RML TRUE









