กำไรปี 2555 เติบโต 29% พร้อมเห็นงานในมือแตะระดับ 6 หมื่นล้านบาท
กำไรสุทธิ 4Q55 เติบโตเทียบรายปีแต่ปรับลดเทียบรายไตรมาส
STEC ประกาศกำไรสุทธิ 4Q55 ได้ที่ 290 ล้านบาท ลดลง 6% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 21% YoY มาจากบริษัทเริ่มเสียภาษีเป็นปกติ โดยมีรายได้จากการก่อสร้างและบริการ 5.4 พันล้านบาทลดลง 6% QoQ มาจากจังหวะการก่อสร้างงานขณะที่มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 59% YoY โดยยังคงสามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 8% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรายไตรมาสที่ 7.6% แต่ปรับลดเทียบกับรายปีที่ 8.3% ขณะเดียวกันยังคงรักษาระดับอัตรากำไรสุทธิไว้ที่ 5.3%
ผลประกอบการปี 2555 เติบโต 29% YoY
STEC มีกำไรสุทธิทั้งปี 1.1 พันล้านบาท เติบโต 29% YoY ดีกว่าคาด 10% โดยมีรายได้ทั้งปี 1.9 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้น34%YoY มาจากการรับรู้รายได้งานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่เพิ่มขึ้น นอกเหนือจาก รถไฟฟ้าสายสีม่วง สายสีเขียว และงานจากโรงไฟฟ้า โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยทั้งปี 8.4% ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 8.3% ขณะที่มีรายได้อื่น 297 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75%YoY มาจากที่บริษัทมีสภาพคล่องที่ดีทำให้นำเงินสดไปลงทุนหาผลตอบแทนจากดอกเบี้ยได้เพิ่มขึ้น ทำให้แม้ว่าจะมีภาษีจ่ายที่เพิ่มขึ้นจาก Tax shield ที่หมดลง แต่บริษัทยังสามารถ รักษาระดับอัตรากำไรสุทธิในระดับที่ดีที่ 5.9% เทียบจากปีก่อนที่ 5.4%
มีโอกาสรับงานต่อเนื่องจากภาครัฐ สร้างฐานงานในมือระดับได้ต่อเนื่อง
จากงานในมือ ณ ปัจจุบัน สิ้นปี 2555 ที่ 6.1 หมื่นล้านบาท หลังจากได้รับงานเพิ่มนับจากต้นปี 2556ที่มีการเซ็นสัญญากว่ากว่า 2.2 หมื่นล้านบาท หลักๆมาจากรถไฟฟ้าสายสีแดงสัญญาที่ 1 มูลค่าโครงการ 1.7 หมื่นล้านบาท รวมถึงงานอื่นๆอีก 7 พันล้านบาท โดยระยะใกล้จะมีงาน Pluto Assembly มูลค่า 2.8 – 3 พันล้านบาท มีโอกาสเซ็นสัญญาใน 1Q56 งานโรงไฟฟ้าในช่วง 3Q56 นอกจากนั้นยังมีงานรถไฟฟ้าสายสีเขียวหมอชิต สายสีชมพู งานก่อสร้างรัฐสภา ซึ่งเป็นงานที่ STEC มีโอกาสได้รับ โดยคาดในปี 2556 STEC มีโอกาสสร้างงานไนมือได้ราว 5-6 หมื่นล้านบาท
มูลค่าเหมาะสมใหม่ 34.80 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ”
เราปรับประมาณการรายได้และกำไรสุทธิปี 2556 เพิ่ม 10% จากความคาดหวังงานในมือที่จะเพิ่มขึ้น โดยมีกำไรสุทธิใหม่ 1.3 พันล้านบาท และปรับมูลค่าเหมาะสมเพิ่มเป็น 34.80 บาท (ปรับใช้วิธีการอ้างอิง PBV ที่ 6 เท่า เพื่อสะท้อนวิธีการประเมินเช่นเดียวกับกลุ่ม) มีผลตอบแทนรวม 12% เราประเมินว่า STEC ยังมีความน่าสนใจจากกำไรสุทธิที่เติบโตต่อเนื่องด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 5 ปี (ปี 2553 – 2557) เฉลี่ย 35% พร้อมกับโอกาสสูงในการรับงานก่อสร้างของภาครัฐ คงคำแนะนำ “ซื้อ”









