เปิด!จดหมาย"ไม่ลับ" กิตติรัตน์! ระบุหากแบงก์ชาติเสียหาย..."อาจจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ"
จดหมาย"ด่วนที่สุด"ที่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ส่งถึงดร.วีรพงษ รามางกูร ลงวันที่ 30 มกราคม 2556 ระบุว่า
...ด้วยขณะนี้ได้ปรากฎชัดว่าค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในอัตราที่สูงกว่าประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทย ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวหากปล่อยให้ดำรงอยู่ต่อไปและไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ ที่เงินทุนจากต่างประเทศที่ไหลเข้ามาอาจก่อให้เกิดปัญหาต่อภาคอสังหาริมทรัพย์และตลาดทุนของประเทศอีกด้วย
โดยที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะพัฒนาเศรษฐกิจให้มีความเจริญเติบโตอย่างสมดุลและมีเสถียรภาพ ในขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีหน้าที่ในการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน และเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน และระบบการชำระเงิน ดังนั้น การบริหารและการดำเนินนโยบายการเงินของ ธปท. จึงควรตระหนักถึงการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 ด้วย
นอกจากนี้ สถานการณ์ในขณะนี้ยังส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินของ ธปท. อีกด้วย ซึ่งหากเป็นที่พิสูจน์ได้ว่า การดำเนินนโยบายการเงินของ ธปท. มีส่วนสำคัญต่อความเสียหายที่่เกิดขึ้นต่อฐานะการเงินของ ธปท. และต่อเศรษฐกิจ คณะกรรมการ ธปท. อาจจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายดังกล่าว
ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงใคร่ขอให้คณะกรรมการ ธปท. พิจารณาข้อกังวลข้างต้นประกอบการดำเนินนโยบายของ ธปท. ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อฐานะการเงินของ ธปท. และต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้างอันอาจก่อให้เกิดผลกระทบหรือความเสียหายอย่างรุนแรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
ขอแสดงความนับถือ
(นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง









