วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังบอกไม่สบายใจเห็นธปท.ขาดทุนแสนล.

"กิตติรัตน์"เปิดใจร่อนหนังสือถึงแบงก์ชาติ เหตุไม่สบายใจเห็นขาดทุนเพิ่มเป็น 1 แสนล้านบาท ปลดผู้ว่าฯธปท.ไม่เคยอยู่ในความคิด

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยระบุว่าการแข็งค่าของเงินบาทจะมีผลต่อภาคการส่งออก โดยเดือน ธ.ค.2555 และ ม.ค.2556 ที่ผ่านมา ยอดการส่งออกต่ำกว่าเป้าหมายส่วนหนึ่ง เป็นผลมาจากที่เงินบาทแข็งค่า ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยออกมาพูดเรื่องนี้หลายครั้งแล้วว่า หากค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าการขับเคลื่อนเรื่องการส่งออกก็ทำได้ยากขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่าการแข็งค่าของเงินบาทมาจากเงินทุนไหลเข้าอันเกิดมาจากอัตราดอกเบี้ยของบ้านเราสูงกว่าประเทศอื่นๆ

"สิ่งที่ผมไม่สบายใจก็คือผลการขาดทุนของ ธปท.จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ซึ่งมีการขาดทุนในทิศทางที่เพิ่มขึ้นจาก 7 หมื่นล้านบาทในปี 2555 เพิ่มเป็น 1 แสนล้านบาทในปีนี้ ซึ่งการขาดทุนในส่วนนี้ไม่นับรวมการดำเนินการอื่นๆซึ่งในการดำเนินการระหว่างปีของ ธปท.อาจจะมีกำไรหรือขาดทุน เช่น กำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่เรื่องการขาดทุนจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเกิดจากการที่ ธปท.ออกพันธบัตรไปดูดซับสภาพคล่องเป็นผลการขาดทุนที่ ธปท.จะต้องจ่ายจริงเป็นผลขาดทุนจริง"

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ข้อมูลเศรษฐกิจอแบบนี้ตนถือว่าเป็นทุกข์ ก็ไม่ได้ต้องการมาสาวไส้กันเองให้คนอื่นๆดู แต่ที่ผ่านมาผมก็พยายามที่จะพูด ทั้งพูดอ้อม พูดฉียดในประเด็นนี้ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองหรือสนใจเท่าที่ควรจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถ้าหากขาดทุนในทิศทางน้อยลงตนก็อาจจะสบายใจกว่านี้ แต่นี่ติดลบมากขึ้นขาดทุนมากขึ้น ตนก็ต้องพูดกับคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเนื่องจากตนมีส่วนรับผิดชอบทั้งทางกฎหมาย และรับผิดชอบต่อความคาดหวังของสังคม

ผู้สื่อข่าวถามว่าการทำหนังสือถึงคณะกรรมการ ธปท.สังคมมองว่า รัฐมนตรีคลังจะปลดผู้ว่าการ ธปท.นายกิตติรัตน์ ตอบว่า เรื่องปลดผู้ว่าฯธปท.ไม่เคยอยู่ในความคิดและเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ตนมองว่าเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ตามกฎหมาย พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสามารถให้ความเห็นได้

"แม้กฎหมายจะกำหนดว่า ครม.สามารถปลดผู้ว่าแบงก์ชาติได้ แต่ก็ต้องให้คณะกรรมการ ธปท.ทำความเห็นเสนอขึ้นมาแล้ว ถามว่า บอร์ดธปท.ทำความเห็นขึ้นมาหรือไม่ และถามว่าความเห็นต่างเรื่องอัตราดอกเบี้ยเป็นเหตุให้ปลดผู้ว่าแบงก์ชาติได้หรือไม่ ก็อยากให้มองว่าการบริหารที่ผิดพลาดเกิดความเสียหายก็เป็นเหตุให้ปลดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เหมือนกัน เพราะมีแนวโน้มว่าการขาดทุนจะเพิ่มมากขึ้นหากปีละ 1 แสนล้านบาท 10 ปีก็ 1 ล้านล้านบาท ผมถึงต้องแสดงความเห็นในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นการแนะนำเพราะหากเกิดความเสียหายในวันข้างหน้าคนก็จะมองว่าทำไมผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่แสดงการทักท้วงเรื่องนี้"นายกิตติรัตน์กล่าว