วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วรรณแนะทยอยเก็บหุ้นเพิ่มช่วงปรับฐาน

บลจ.วรรณแนะทยอยเก็บหุ้นเพิ่มช่วงตลาดปรับฐาน คาดประชุมกนง. 20 ก.พ. คงดอกเบี้ยนโยบาย

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด (บลจ.วรรณ) มองผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ มีความเป็นไปได้ที่ กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.75% แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากภาครัฐ อย่างไรก็ดีหากเงินเฟ้อยังปรับลดลงต่อเนื่อง มีโอกาสสูงที่กนง. อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไป

"แม้ตัวเลขที่เงินเฟ้อในเดือนมกราคมที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศออกมาอยู่ที่ระดับ 3.39% ลดลงจากเดือนธันวาคมที่ระดับ 3.63% แต่โดยรวมอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของประเทศยังติดลบอยู่ ทำให้ บลจ.วรรณ เชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายในรอบนี้น่าจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ หากอัตราเงินเฟ้อปรับลดลงต่อเนื่องในเดือนกุมภาพันธ์ ประกอบกับค่าเงินบาทที่ยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง การปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจจะเกิดขึ้นในการประชุมรอบถัดไป"นายวินกล่าว

บลจ.วรรณ ยังคงมีมุมมองบวกกับตลาดหุ้น โดยเชื่อว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำจะทำให้สินทรัพย์เสี่ยงน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพคล่องยังล้นระบบ ซึ่งสำหรับผู้ต้องการปรับพอร์ตไปลงทุนในหุ้นมากขึ้น โดยแนะนำให้ทะยอยเก็บสะสมหุ้นเพิ่มเติมในช่วงที่ตลาดที่น่าจะมีโอกาสปรับลดลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ จากแรงเทขายทำกำไรหลังจากที่ตลาดปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยนักลงทุนน่าจะใช้โอกาสที่หมดช่วงประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 4 เป็นจังหวะในการ lock profit

ทั้งนี้ แนะนำว่านักลงทุนอาจใช้กองทุนอีทีเอฟเป็นเครื่องมือในการกระจายความเสี่ยงแทนการเลือกหุ้นรายตัว

"ปัจจุบันกองทุนตราสารหนี้ที่มีระยะเวลาลงทุนแน่นอนแบบ Term Fund อัตราผลตอบแทนค่อนข้างต่ำและมีแนวโน้มลดลง ขณะที่ตลาดหุ้นไทยยังมีโมเมนตัมการปรับตัวจาก fund flow บนปัจจัยพื้นฐานหุ้นที่สนับสนุนอยู่ นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ควรเพิ่มสัดส่วนในหุ้น โดยสามารถใช้กองทุนประเภทอีทีเอฟช่วยบริหารเพิ่มผลตอบแทน การลงทุนในอีทีเอฟนั้นไม่ยาก นักลงทุนสามารถลงทุนได้เหมือนกับหุ้นทั่วไป โดยได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีที่อ้างอิง"

นายวิน กล่าวว่า ในขณะที่ดัชนีปรับตัวขึ้น การเลือกหุ้นรายตัวอาจจะมีข้อจำกัดและมีความเสี่ยง การลงทุนในอีทีเอฟที่มีตัวแปรอ้างอิงเป็นดัชนีหลักทรัพย์เช่น TDEX หรือ TH100 น่าจะเป็นเครื่องมือการลงทุนที่เหมาะสมช่วงนี้ ซึ่งจะช่วยกระจายการลงทุนและปรับตัวตามดัชนีตลาด โดยปัจจุบันกองทุนอีทีเอฟเป็นที่รู้จักและซื้อขายมากขึ้น โดยเฉพาะในปีนี้คาดว่าหุ้นขนาดกลางยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นจากกลุ่มหลักทรัพย์ที่ได้รับผลดีจากนโยบายสนับสนุนภาครัฐ การลงทุนใน TH100 อีทีเอฟก็จะมีความน่าสนใจ