แรงขายต่างชาติยังกดดัน ลุ้นปิดเหนือ 1,480 จุดต่อเนื่อง เพื่อรักษา Momentum ขาขึ้น
SET View
แนวโน้ม SET วันนี้ การปรับตัวลงราว 0.36% ของตลาดหุ้นไทยวานนี้ถือว่า Underperform ตลาดหุ้นภูมิภาคชัดเจน โดยที่ปัจจัยกดดันหลักๆมาจากความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างแบงก์ชาติ และ รมว.คลังในประเด็นของนโยบายดอกเบี้ย ซึ่งเราประเมินว่าปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลให้ทิศทางของตลาดหุ้นไทยยังคงถูกกดดันจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติต่อไปจนถึงการประชุม กนง. 20 ก.พ.2556 หลังจากที่ล่าสุดเริ่มมีสัญญาณว่าเม็ดเงินของนักลงทุนต่างชาติเริ่มหมุนเข้าไปที่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าแล้ว โดยที่วานนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 2.3 พันล้านบาท และมีสถานะ Net Short Position ใน SET50 Futures ราว 1.3 พันสัญญา สวนทางกับที่ซื้อสุทธิ 6.0 พันล้านบาทในตลาดพันธบัตร
เราจะประเมินว่าแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่จะมาจากความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายดอกเบี้ย และความขัดแย้งกับรัฐบาลของแบงก์ชาติ จะเป็นปัจจัยกดดันทิศทางของตลาดหุ้นไทยในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจากสถิติของ SET ในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนการลดดอกเบี้ยอย่างเหนือความคาดหมายของแบงก์ชาติในครั้งก่อนหน้า (17 ต.ค.2555) ซึ่งก็เกิดขึ้นบนความขัดแย้งระหว่างแบงก์ชาติ และ รมว.คลังเหมือนในครั้งนี้ พบว่านักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยออกมาถึง 1.3 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดีในช่วงเวลาดังกล่าว SET ปรับตัวลดลงเพียง 0.47% เท่านั้น ทำให้เราประเมินว่าแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติในครั้งนี้ จะทำให้ SET แค่ชะลอตัวในช่วงสั้นๆก่อนปรับตัวขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากสถิติ 2 เดือนหลังการปรับลดดอกเบี้ยครั้งก่อนหน้า SET กลับมาปรับตัวขึ้นอีกครั้งถึง 7.0% และนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิถึง 1.47 หมื่นล้านบาท
กลยุทธ์การลงทุน ระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังคงปิดไม่ต่ำกว่า 1,480 (+/-5) จุด แนะนำ “อ่อนตัวซื้อ” โดยมีเป้าหมายก่อนจบ มี.ค.2556 ราว 1,550-1,600 จุด ในหุ้น NOBLE, LALIN, BBL, KTB, TMB, STEC, CNT, TTCL, CPN และ SAT ร่วมกับกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากประเด็นทีวีดิจิตอล ได้แก่ MCOT, BEC, WORK, ILINK และ SAMART









