วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สบน.ยันไทยรวยมีปัญญาใช้หนี้กู้2ล้านล้าน

สบน.ยันไทยรวยพอ มีปัญญาใช้หนี้เงินกู้ 2 ล้านล้าน เผย มีเงินทุนสำรองมากกว่า 5 ล้านล้านบาท คาดใช้เวลา 50 ปีคืนหนี้หมด

การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) แก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ ที่มีนายฉลาด ขามช่วง สส.ร้อยเอ็ด เป็นประธาน มีวาระการพิจารณาเรื่อง ปัญหาหนี้สาธารณะเกี่ยวกับการกู้เงินเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานวงเงิน 2.2 ล้านล้านบาท โดยกมธ.ส่วนใหญ่ต่างสอบถามตัวแทนจากกระทรวงการคลังถึงสถานะการเงินการคลังของประเทศไทยหากจะต้องกู้เงินตามจำนวนดังกล่าว

นายสุวิชญ โรจนวานิช รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า ตัวเลขหนี้สาธารณะของประเทศ ณ สิ้นปี 2555 มีทั้งสิ้นประมาณ 4 ล้านล้านบาท คิดเป็น 40% ต่อจีดีพี ซึ่งยังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังที่สามารถกู้เงินได้โดยมีความสามารถในการชำระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แจ้งว่าประเทศมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมากกว่า 1.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 5 ล้านล้านบาท เท่ากับว่าประเทศมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินอยู่พอสมควร

นอกจากนี้ ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่รายได้ปานกลางไปค่อนข้างสูง ซึ่งพูดง่ายๆหมายความว่าประเทศเรารวยมีปัญญาในการใช้หนี้ได้

จากนั้น นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ สอบถามว่า ทำไมไทยถึงมีความจำเป็นในการกู้เงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้เพราะจะส่งผลให้ประเทศมีหนี้สินมากขึ้น และสามารถจะระดมเงินจากทางอื่นได้หรือไม่โดยไม่ต้องกู้เงิน

นายสุวิชญ กล่าวว่า หากจะไม่กู้เงินก็สามารถทำได้ด้วยการใช้นโยบายการคลังอย่างเข้มข้นผ่านการขึ้นภาษีมูลค่าจาก 7 % เป็น 10% หรือ 15 % รวมไปถึงขึ้นภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยในอัตราที่สูงขึ้น ถ้าทำได้ประเทศก็จะมีเงินมากพอสำหรับการลงทุนโดยไม่ต้องกู้เงิน เพียงแต่ว่านโยบายการคลังลักษณะนี้ในทางการเมืองจะไม่ค่อยนิยมดำเนินการกัน

ด้าน น.ส.สุภัค ไชยวรรณ ผู้อำนวยการส่วนนโยบายการคลังและงบประมาณ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)กล่าวว่า ประมาณการณ์ว่าเมื่อรัฐบาลไทยมีการกู้เงินมาแล้วจะสามารถชำระหนี้ได้ทั้งหมดภายชั่วอายุคนรุ่นนี้ประมาณ 50 ปี โดยไม่เป็นภาระให้กับคนรุ่นต่อไปและมั่นใจว่าหนี้สาธารณะจะอยู่ในระดับประมาณ 50% ต่อจีดีพีเท่านั้นยังไม่ถึง 60 % ซึ่งยังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังที่ดีและไม่กระทบต่อสถานะของประเทศ