วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตลาดแอร์ชู'อินเวอร์เตอร์'เกาะเทรนด์รักษ์โลก

ตลาดแอร์แข่งดุ ผู้ประกอบการระดมเปิดตัวรุ่นใหม่ ชูจุดขายระบบ"อินเวอร์เตอร์" เกาะเทรนด์รักษ์โลก

ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยปี 2556 ส่อเค้าแข่งขันดุดันจากการประชันของแบรนด์อินเตอร์ และอาเซียนแบรนด์ที่ขยายเจาะภูมิภาคนี้มากขึ้น ทั้งไฮเออร์ ไมลักซ์ และมีเดีย แม้จะทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกหลากหลาย แต่ก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องงัดกลยุทธ์เข้าฟาดฟันเพื่อชิงยอดขาย โดยเฉพาะกลุ่ม "เครื่องปรับอากาศ" ที่ลงมาเล่นสงครามราคา แม้ว่าต้นทุนการผลิตจะปรับสูงขึ้น เรียกว่า "ยอมกำไรลดลง" และระดมใช้ "พรีเซ็นเตอร์" ดารา นักร้อง ยิงตรงสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมาย

อีกความเคลื่อนไหวสำคัญของตลาดนี้คือ การที่ผู้ผลิตสินค้าหันมาให้ความสนใจกับตลาดสินค้าพรีเมี่ยม หรือเครื่องปรับอากาศ "ระบบอินเวอร์เตอร์" มากขึ้น โดยชูจุดขายเรื่องการประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงดีไซน์ที่ทันสมัย และการนำเทคโนโลยีอย่างไวไฟ มาควบคุมการทำงาน ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากกระแสรักษ์โลก และอัตราเติบโตของโครงการพัฒนาอสังหาริทรัพย์ อาทิ โครงการบ้านจัดสรร และคอนโดมิเนียมต่างๆ ทำให้ความต้องการเครื่องปรับอากาศเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ปัจจัยลบจากสภาวะเศรษฐกิจกิจโลก ทั้งอเมริกาและยุโรป ทำให้ผู้ประกอบการลดการส่งออกหันมาเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายเครื่องปรับอากาศในประเทศมากขึ้น

แม้ว่าตลาดเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ ในปัจจุบันจะมีสัดส่วนการจำหน่ายไม่ถึง 10% ของตลาดรวมเครื่องปรับอากาศในปี 2555 ที่ 1 ล้านเครื่อง เนื่องจากมีราคาสูงกว่ารุ่นปกติ แต่เชื่อว่าอนาคตจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากความต้องการที่สูงขึ้น กดให้ราคาขายลดลง สอดคล้องกับความคิดของ อลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิกส์ (ประเทศไทย) ที่ระบุว่า สินค้าในกลุ่มอินเวอร์เตอร์ยังเติบโตต่อเนื่อง ทำให้ตั้งเป้ายอดขายปีนี้เพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อนซึ่งทำได้ 3,000 ล้านบาท

ด้วยความเชื่อดังกล่าว ทำให้ปีนี้แอลจีทุ่มงบ 300 ล้านบาทในการเพิ่มกำลังการผลิตจาก 1 ล้านเครื่องเป็น 1.2 ล้านเครื่อง รวมถึงเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มอินเวอร์เตอร์ “อาร์ตคูล อินเวอร์เตอร์ วี” ซึ่งมีเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ 10 รุ่น

สำหรับแบรนด์แอลจี มีส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มอินเวอร์เตอร์ 16% ในปีก่อน แต่ในปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 24% ขยับเป็นเบอร์ 1 ของตลาดทันที และยอดขายเครื่องปรับอากาศในกลุ่มนี้ยังจะหนุนให้แอลจีขึ้นแท่นอันดับ 2 ของตลาดเครื่องปรับอากาศทั้งหมดที่ 18% ในปีนี้ อีกด้วย

ด้าน ประพนธ์ โพธิวรคุณ กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด เปิดเผยว่า มิตซูบิชิให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจควบคู่กับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม ผ่านกลยุทธ์หลัก 3 ประการ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน ด้านโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม และด้านการพัฒนาในระดับโลก รวมถึงนโยบายการเปลี่ยนสารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในเครื่องปรับอากาศ เดินหน้าบุกตลาดนี้ตามความเชื่อมั่นที่ว่า ตลาดอินเวอร์เตอร์ จะเติบโตอีก เพราะแนวโน้มราคาที่คาดว่าจะถูกลง

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้เปลี่ยนสารทำความเย็นในเครื่องปรับอากาศ ทั้งระบบอินเวอร์เตอร์และระบบมาตรฐาน จาก R22 เป็น R410A ประมาณ 90% หรือ 13 รุ่นของกลุ่มเครื่องปรับอากาศทั้งหมด และจะครอบคลุมสินค้า 100% ภายใน 1-2 ปีจากนี้

ขณะที่ เสวณีย์ สิราริยกุล ผู้จัดการอาวุโสธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้จะทยอยเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องปรับอากาศเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์ เพื่อสานต่อแนวคิดเทคโนโลยีด้านสุขภาพผสมผสานกับนวัตกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยได้เปิดตัวเครื่องปรับอากาศ “ซัมซุง ไว-ไฟ อินเวอร์เตอร์” ที่สั่งการทำงานด้วยเทคโนโลยีไวไฟ จำนวน 4 รุ่น และจะทยอยเปิดตัวรุ่นอื่นๆ ให้ครบ 20 รุ่นภายในปีนี้