ส.อ.ท.แนะแบงก์ชาติออกมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ยังเข้าไม่ถึง บรรเทาผลกระทบบาทแข็ง วอนบริหารเงินเกาะกลุ่มคู่แข่ง
นายธนิต โสรัตน์ เลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงกรณีเงินบาทแข็งค่าขึ้น ว่า จะเป็นแค่ในช่วงสั้น แต่ในระยะยาวไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากรัฐบาลจะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานวงเงิน 2.2 ล้านล้านบาท ที่จะต้องมีการนำเข้าเครื่องจักรช่วยดันไม่ให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นมากนัก แต่ระยะสั้น ภาครัฐต้องเข้ามาดูแลผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เนื่องจากค่าเงินที่แข็งค่าขึ้นทุก 1 ดอลลาร์ จะทำให้รายได้จากการส่งออกหายไปประมาณ 1-2 บาท ซึ่งขณะนี้ เงินบาทของไทยแข็งค่าขึ้นแล้วประมาณ 3-6% ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออก โดยเฉพาะรายที่ใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก อาทิ อาหารบรรจุกระป๋อง สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
ทั้งนี้ เห็นว่า มาตรการที่ ส.อ.ท. จะเสนอต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการดูแลค่าเงินบาท น่าจะเป็นมาตรการเดิมที่เคยดำเนินการมาแล้ว เช่น การเร่งชำระหนี้ของภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ การขยายเวลารับฝากเงินตราต่างประเทศ และการเร่งนำเข้าเครื่องจักรเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นมาตรการที่เอสเอ็มอียังเข้าไม่ถึง จึงอยากให้ ธปท. ออกมาตรการสำหรับเอสเอ็มอีด้วย รวมทั้งดูแลเงินบาทไม่ให้ผันผวนและเคลื่ิอนไหวในระดับเดียวกับภูมิภาค









