ยอดขายดีกว่าคาดขณะที่ผลประกอบการ 4Q55 ยังคงเติบโตโดดเด่น
ยอดขายปี 2555 ทำได้ 2.1 หมื่นล้านบาท
SPALI มียอดขาย 4Q55 ที่ 7 พันล้านบาทจากโครงการใหม่เปิดตัวใน 4Q55 โดยเฉพาะคอนโดมีเนียม 3 แห่งมูลค่ารวม 4.6 พันล้านบาท ได้แก่ SPALI Monte @ Viang เชียงใหม่ และ SPALI Elite สาธร-สวนพลู ยอดขาย 100% และ SPALI Lite สาธร- เจริญรัถ ยอดขาย 90% ทำให้มียอดขายรวมปี 2555 ที่ 2.1 หมื่นล้านบาทดีกว่าเป้าหมายที่เราคาด 1.8 – 1.9 หมื่นล้านบาท ในปี 2556 บริษัทตั้งเป้า 2.2 หมื่นล้านบาทจากยอดขายโครงการแนวราบพร้อมมองตลาดคอนโดมีเนียมและตลาดต่างจังหวัดยังคงขยายตัว และเพิ่มสัดส่วนโครงการใหม่ในต่างจังหวัดเป็น 35% จากเดิม 30% ของโครงการเปิดใหม่ 17โครงการ มูลค่ารวม 1.9 หมื่นล้านบาท
คาดกำไร 4Q55 ทำได้ 1.3 พันล้านบาท เติบโตกว่าทุกไตรมาส
แม้ว่ายอดโอนใน 4Q55 จะต่ำกว่าที่เราคาดเหลือ 2 พันล้านบาท จากการโอนที่ล่าช้าและการยกเลิกของลูกค้าบางส่วน แต่กำไรสุทธิของ SPALI ยังสูงสุดเมื่อเทียบกับไตรมาสอื่นๆที่ 1.3 พันล้านบาท เติบโต 136% QoQ และ 105% YoY จากรายได้รวม 5.3 พันล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากโครงการคอนโดมีเนียม 3 แห่ง เช่น Supalai Park ราชพฤกษ์-เพชรเกษม ยังคงอัตรากำไรขั้นต้นที่ค่อนข้างดีระดับ 42.9% ทั้งนี้เราปรับประมาณการรายได้ปี 2555 ลดลง 16% เป็น 1 หมื่นล้านบาท และ กำไรสุทธิลดลง 15% เป็น 2.4 พันล้านบาท
รายได้ในปี 2557 - 2558 เติบโตจากงานในมือกว่า 3.1 หมื่นล้านบาท
เราคาดว่าผลประกอบการในระยะยาวของ SPALI ช่วงปี 2557 – 2558 มีโอกาสเติบโตที่จะเกิดขึ้นเด่นชัด จากงานในมือปัจจุบันกว่า 3.1 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะรับรู้รายได้ในปี 2557 ราว 1 หมื่นล้านบาท จากการโอนโครงการคอนโดมีเนียม 4 แห่ง โดยเฉพาะโครงการ Supalai Wellington ที่มีมูลค่าสูงสุด 4.7 พันล้านบาท และ ในปี 2558 อีกราว 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งรอรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ในขณะที่ปี 2556 งานในมือดังกล่าวจะรับรู้รายได้ราว 7.8 พันล้านบาทคิดเป็น 55% ของประมาณการรายได้ทั้งปี
ปรับคำแนะนำ” ซื้อเก็งกำไร” มูลค่าเหมาะสม 22.80 บาท
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 เป็น 3.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากการปรับราคาขายของโครงการใหม่ที่เพิ่มขึ้น เราจึงปรับอัตรากำไรขั้นต้นใหม่เป็น 41.4% จากเดิม 40.5% ทำให้มีราคาเหมาะสมเพิ่มเป็น 22.80 บาท อ้างอิง APER 12 เท่า (เดิม 18.40 บาท อ้างอิง APER 10 เท่า) เราปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อเก็งกำไร” จาก 1) ผลประกอบการ 4Q55 ที่เติบโตสูงสุด 2) ยอดขายที่ทำได้ดีของบริษัทจะสะท้อนรายได้ให้เติบโตในระยะยาวและ 3) งานในมือระดับสูงรองรับรายได้ในอีก2-3ปีข้างหน้า โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามคือการก่อสร้างให้ทันเวลาการโอนกรรมสิทธิ์









