คำต่อคำ:"กิริฎา"ระบุกรณีบาทแข็งหากไม่กระทบขีดความสามารถการแข่งขันเทียบค่าเงินเพื่อนบ้าน ถือว่ายังสู้ได้
กรุงเทพธุรกิจทีวี ตรงประเด็นข่าวค่ำ(23ม.ค.)สัมภาษณ์ คุณ กิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสธนาคารโลก ประจำประเทศไทย
ถาม มองว่าการไหลเข้าเงินตราต่างประเทศที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งเป็นปัญหาหนักหนาขนาดไหน
ตอบ จริงๆ แล้ว ต้องเรียนตามตรงเนื่องจากโลกปัจจุบันนี้เงินก็หาที่ลง เนื่องจากว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว หลายประเทศก็มีเศรษฐกิจที่ไม่ ค่อยขยายตัวมากนัก เพราะฉะนั้น เงินก็จะหาที่ลงที่มีผลตอบแทนสูง พอดีประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศนั้่น ที่อยู่ในภูมิภาคที่มีการ ขยายตัวเร็วที่สุดในโลกในปัจจุบัน ก็คือภูมิภาคเอเชียตะวันออกของเราที่ไม่น่าแปลกใจเงินก็เลยจะไหลเข้ามาลงทุนในภูมิภาคของเรา รวม ทั้งประเทศไทยด้วย ตรงนี้พอเราเนื้อหอมก็อยากจะมีคนมาลงทุนในประเทศเรา ก็ทำให้เงินไหลเข้ามาเยอะ ค่าเงินก็ต้องแข็งตามไปเป็นปกติ
ถาม มองว่าเป็นเรื่องปกติหลังจากที่มีกระแสเงินไหลเข้ามากอย่างนี้หรือ
ตอบ ใช่ พอค่าเงินแข็งแล้ว ก็ต้องมาดูว่าวิธีการที่จะบริหารจัดการให้ผลกระทบมันน้อยที่สุดอย่างไร เพราะว่าเงินมันไหลเข้ามาก็มีส่วนดี คือ ว่าอยู่ในรูปของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ พวกนี้ก็จะนำเทคโนโลยี นำการจ้างงานเข้ามา ในขณะเดียวกันก็เข้าใจว่าค่าเงินบาทที่ แข็งขึ้น ก็อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันการส่งออกเราบ้าง ผู้ส่งออกของไทยเก่ง เพราะในหลายปีที่ผ่านมา ค่าเงินบาทก็ แข็งขึ้นมาเรื่อยๆ เราก็ยังสามารถส่งออกได้เติบโตในระดับ 2 หลัก ยกเว้นปีที่มีน้ำท่วมมหาอุทกภัย จริงๆ แล้วผู้ประกอบการของเราก็ สามารถที่จะหาตลาดใหม่ หรือว่าหาวิธีการที่จะประหยัดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ตรงนี้มองว่าก็น่าจะทำต่อไป ส่วนในบทบาท ของทางธนาคารกลางหรือแบงก์ชาติ ก็คงที่จะมีบทบาทที่จะช่วยไม่ให้ค่าเงินมันผันผวนมากนัก เพื่อที่ผู้ส่งออก นำเข้าจะได้วางแผนและ ปรับตัวได้ทันคงไม่สามารถที่จะไปต้านทานกระแสของค่าเงินที่กำลังแข็งค่าได้
ถาม มองเราว่าเราจะมีโอกาสได้เห็นมาตรการควบคุมเงินไหลเข้า เช่นการเก็บภาษีเงินทุนเคลื่อนย้าย อย่างเช่นประเทศบราซิลบ้างหรือเปล่า
ตอบ ตอนนี้ ก็ยังไม่ได้ยินเรื่องนี้ในประเทศไทยมากนัก ณ ขณะนี้ มองว่าจริงๆ แล้ววิธีการที่จะปรับตัวกระแสเงินน่าจะเป็นการที่เรากลับมา มองตัวเรามากกว่า เราจะเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตของเราได้อย่างไร เพื่อที่จะยังแข่งขันอยู่ได้โดยที่ไม่ได้แข่งขันด้านราคาอย่างเดียว ตรงนี้ มองว่าน่าจะเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ผู้ส่งออกไทยยืนหยัดอยู่ในเวทีโลกในขณะนี้ได้
ถาม ให้สามารถแข่งขันได้
ตอบ ใช่ จริงๆการแข่งค่าเงินไม่ได้ประเทศไทยประเทศเดียว เทียบกับประเทศอื่นๆ ที่เป็นเพื่อนบ้านเราเขาก็มีค่าเงินแข็งค่าขึ้นเช่นเดียวกันตรงนี้เราคงไม่ได้เสียเปรียบเพื่อนบ้านนัก ถ้าเราเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตเพิ่มมูลค่าของสินค้าของเราด้วย เราก็น่าจะยังสู้เขาได้
ถาม ถ้าเป็นในกรณีที่มีการแข็งค่าของเงินขึ้นอย่างนี้ต่ำกว่าระดับเท่าใดแบงก์ชาติถึงควรที่จะเข้ามาแทรกแซง
ตอบ ตรงนี้คงพูดยาก มันขึ้นอยู่กับขีดความสามารถในการแข่งขัน ความสามารถผู้ประกอบการไทยเป็นหลัก คงไม่มีอัตราใดอัตราหนึ่งที่ จะพูดได้ว่าทำอย่างนั้น เพราะว่าอีกนัยหนึ่งเวลาค่าเงินแข็งอัตราการนำเข้าของเราก็ได้ประโยชน์ เพราะว่านำเข้าสินค้าในรูปเงินบาทได้ถูกลงทั้งน้ำมันอะไรด้วยอันนี้อาจจะตอบยาก
ถาม ปัจจุบันแนวโน้มเงินทุนเคลื่อนย้ายในโลกเป็นอย่างไรของปีนี้
ตอบ ก็น่าจะอยู่ในทิศทางเดียวกับปีที่แล้ว ก็คือว่าน่าจะเคลื่อนย้ายเข้ามาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกของเราค่อนข้างเยอะ อย่างที่เรียนข้างต้น ภูมิภาคนี้ขยายตัวเร็วที่สุดในโลกในปัจจุบัน นำทีมโดยประเทศจีน ประเทศจีนก็จะได้สัดส่วนของการลงทุนของเงินทุนที่ไหลเข้าค่อนข้างเยอะ ต่ประเทศไทยก็ได้อานิสงส์เช่นเดียวกัน ตรงนี้เราต้องมองการไหลเข้าของเงินทุนก็มีหลายรูปแบบ รูปแบบที่ดีก็คือ รูปแบบการลงทุนระยะยาว อย่างเช่น การลงทุนโดยตรง หรือเอฟดีไอ อันนี้เราอยากจะดูดตรงนี้เข้ามาในประเทศเรา ขณะเดียวกันมันก็มีรูปแบบเงินร้อนคือเข้าออกเร็ว พันธบัตร ในตลาดหลักทรัพย์ ตรงนี้ก็เป็นทิศทางที่ไม่ใช่ประเทศไทย แต่ประเทศอื่นในภูมิภาคก็เผชิญเช่นเดียวกัน









