วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

TCAP - ซื้อ

กำไร 4Q55 ต่ำกว่าคาด แต่ยังเพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY

กำไรสุทธิ 4Q55 เพิ่มขึ้น 8%QoQ และ 43%YoY

TCAP รายงานผลประกอบการ 4Q55 มีกำไรสุทธิ 1,338 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดเนื่องจากมีการตั้งสำรองสูงกว่าที่คาด แต่เพิ่มขึ้น 8%QoQ จากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของสินเชื่อ และมีการตั้งสำรองลดน้อยลง ถึงแม้ว่าไตรมาสนี้ TCAP จะมีรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง เนื่องจากไม่ได้รับเงินปันผลจากกองทุนวายุภักษ์เหมือนในไตรมาสก่อน และเมื่อเทียบกับ 4Q54 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 43%YoY โดยรายได้แทบทุกรายการเพิ่มสูงขึ้น รายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อ และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะรายได้จากธุรกิจประกันที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนมาก

สินเชื่อขยายตัวสูงสุดใน 4Q55 และมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยดีขึ้น

TCAP สามารถปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นใน 4Q55 ได้ถึง 7.9% สูงกว่า 3 ไตรมาสก่อนหน้าที่ปล่อยสินเชื่อเฉลี่ยได้เพียง 3.7% ซึ่งสินเชื่อส่วนใหญ่ที่ปล่อยได้ในไตรมาสนี้เป็นสินเชื่อเช่าซื้อจากโครงการรถคันแรก ซึ่งให้ผลตอบแทนสินเชื่อค่อนข้างต่ำ ทำให้ผลตอบแทนสินเชื่อในไตรมาสนี้ลดลงเหลือ 5.5% จาก 5.6% ในไตรมาสก่อน แต่ TCAP ได้ระดมเงินฝากใหม่เข้ามา ซึ่งมีต้นทุนที่ต่ำกว่าเงินฝากที่มีอยู่เดิมมาก ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปรับตัวดีขึ้นเป็น 2.69% จาก 2.66% ในไตรมาสก่อน

NPL ลด สำรองเพิ่ม แต่ยังต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่ม

TCAP สามารถลด NPL ในไตรมาสนี้ลงได้อีก 1.9 พันล้านบาท เหลือ 3.4 หมื่นล้านบาท จาก 3.6 หมื่นล้านบาทในไตรมาสก่อน และทำให้สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมลดลงเหลือ 4.3% จาก 4.9% และการตั้งสำรองสูงกว่าปกติในไตรมาสนี้ ทำให้สัดส่วนสำรองต่อ NPL เพิ่มขึ้นเป็น 73% จาก 69% ในไตรมาสก่อน แต่ยังค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มที่มีอยู่ 118%

คาดปี 2556 ยังขยายตัวสูง และมีการซื้อหุ้นคืนช่วยจำกัดความเสี่ยง

TCAP มีกำไรสุทธิปี 2555 5,482 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 4.29 บาท เราคาดว่า TCAP จะมีการจ่ายปันผล 1.25 บาท/หุ้น มีการจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว เหลือปันผลครึ่งปีหลังอีก บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน % เราคาดว่า TCAP จะมีผลประกอบการปี 2556 เติบโตสูงถึง 91%YoY เป็น 10,450 ล้านบาท จากกำไรจากการขายธุรกิจประกัน นอกจากนี้การรับซื้อหุ้นคืนยังเป็นการจำกัดความเสี่ยงในการลงทุนได้อีกทางหนึ่ง จากการประกาศงบล่าสุดทำให้ราคาซื้อคืนอยู่ที่ บาท เรายังคงมูลค่าเหมาะสมไว้ที่ 46 บาท มีส่วนต่างจากราคาปัจจุบัน % เราจึงยังคงแนะนำ “ซื้อ”