เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 17 เดือน ขณะที่ หุ้นไทยปรับขึ้น จากแรงซื้อต่างชาติท่ามกลางตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีนที่ออกมาดี
ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้
อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น
๐ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง โดยธนาคารพาณิชย์มีการตัดจ่ายเงินภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านระบบธนาคารในช่วงต้นสัปดาห์ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.65% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 2.75% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน
ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 21-25 ม.ค. 2556 ธนาคารพาณิชย์จะมีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ นอกจากนี้ก็จะมีการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะยังทรงตัวต่อเนื่องใกล้ระดับ 2.75%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ
๐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.22% ในวันศุกร์ ลดลงเมื่อเทียบกับ 3.25% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของไทยปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ ก่อนที่จะปรับลดลงเล็กน้อยในวันศุกร์ จากแรงขายทำกำไร
๐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 1.89% ในวันพฤหัสบดี เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ 1.87% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับลดลงในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ จากการซื้อพันธบัตรของเฟด และแรงซื้อของนักลงทุนที่ต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับประเด็นการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐฯ รวมทั้งถ้อยแถลงของประธานเฟดที่ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับลดการซื้อพันธบัตร อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนได้พุ่งขึ้นในวันพฤหัสบดี หลังข้อมูลภาคอสังหาริมทรัพย์หลายตัวของสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งเหนือความคาดหมาย
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าเงินบาท (Onshore)
๐ เงินบาททะยานขึ้นแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 17 เดือนใกล้ 29.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางแรงซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ (5.24 พันล้านบาท และ 3.93 หมื่นล้านบาท ในระหว่างสัปดาห์ ตามลำดับ) โดยผู้ว่าการธปท. กล่าวยอมรับว่า เงินบาทช่วงนี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และแม้ว่าจะเป็นทิศทางเดียวกับภูมิภาค แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณเก็งกำไรระยะสั้นในตลาดหุ้นและพันธบัตรของไทยมากพอสมควร อนึ่ง เงินบาทแข็งค่าแล้ว 2.9% จากต้นปี 2556 นับเป็นอันดับ 1 ของสกุลเงินในเอเชีย
๐ ในวันศุกร์ (18 ม.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 29.73 เทียบกับระดับปิดตลาดในวันศุกร์ก่อนหน้า (11 ม.ค.) ที่ 30.25 บาทต่อดอลลาร์ฯ
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (21-25 ม.ค. 2556) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 29.70-29.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องติดตามความคืบหน้าของการเจรจาปรับเพิ่มเพดานหนี้และการตัดลดงบประมาณของสหรัฐฯ รวมถึงผลการประชุมนโยบายการเงินของ BOJ ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ ยอดขายบ้านใหม่-บ้านมือสองเดือนธ.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ อนึ่ง ตลาดการเงินสหรัฐฯ จะปิดทำการในวันจันทร์ที่ 21 ม.ค. เนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์
เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ
๐ เงินยูโรแข็งค่าขึ้น เงินยูโรปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 11 เดือน ท่ามกลางการคลายความกังวลต่อวิกฤตหนี้และความหวังต่อสถานการณ์เศรษฐกิจที่จะทยอยฟื้นตัวขึ้นในช่วงปลายปี ก่อนจะล้างช่วงบวกทั้งหมดลงในช่วงต่อมา หลังจากที่ประธานยูโรกรุ๊ปกล่าวว่า ค่าเงินยูโรอยู่ในระดับที่สูงเกินไป อย่างไรก็ดี เงินยูโรฟื้นตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากผลการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสเปนที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน และรายงานข่าวที่ระบุว่า โปรตุเกสมีแผนที่จะกลับมาระดมทุนเองในตลาดตราสารหนี้ นอกจากนี้ ตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาส 4/55 ของจีนที่ดีเกินคาด และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง ก็ช่วยหนุนให้สินทรัพย์เสี่ยงปรับเพิ่มขึ้น
๐ เงินเยนอ่อนค่าสุดในรอบ 2 ปีครึ่งครั้งใหม่ ท่ามกลางความหวังต่อสัญญาณนโยบายการเงินเชิงรุกจาก BOJ เพื่อจัดการกับภาวะเงินฝืด (มีรายงานข่าวว่า BOJ อาจประกาศเพิ่มเป้าหมายเงินเฟ้อเป็น 2% จาก 1% ในปัจจุบันในการประชุมนโยบายการเงินวันที่ 21-22 ม.ค.นี้) นอกจากนี้ เงินเยนยังเผชิญแรงขาย หลังจากที่รมว.เศรษฐกิจของญี่ปุ่นออกมาชี้แจงว่า มีการตีความที่ผิดพลาดต่อความเห็นของเขาในช่วงก่อนหน้านี้เกี่ยวกับผลกระทบเชิงลบจากการร่วงลงมากเกินไปของเยน
๐ ในวันศุกร์ (18 ม.ค.) เงินยูโรอยู่ที่ 1.3368 เทียบกับ 1.3343 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า ขณะที่ เงินเยนอยู่ที่ 89.82 อ่อนค่าจาก 89.17 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า
ตลาดทุน
ตลาดหุ้นไทย
๐ ดัชนี SET ปรับเพิ่มขึ้นจากแรงซื้อต่างชาติ ท่ามกลางตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีนที่ออกมาดี ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,434.44 จุด เพิ่มขึ้น 1.58% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 8.32% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 58,182.98 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนรายย่อยและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 445.33 จุด เพิ่มขึ้น 2.54% จากสัปดาห์ก่อน
๐ ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ โดยมีแรงซื้อเก็งกำไรจากนักลงทุนในช่วงการประกาศผลประกอบการ ก่อนที่จะปรับลดลงจากแรงขายทำกำไรในช่วงกลางสัปดาห์ จากนั้นดัชนีตลาดหุ้นไทย ปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ
๐ สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ระหว่างวันที่ 21-25 ม.ค. 2556 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้น โดยต้องติดตามพัฒนาการของเศรษฐกิจประเทศแกนหลัก ผ่านการปรับตัวของเครื่องชี้เศรษฐกิจที่สำคัญ อาทิ เครื่องชี้ตลาดที่อยู่อาศัยจากสหรัฐฯ รวมทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจของเยอรมนี ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,409 และ 1,400 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,450 และ 1,490 จุด ตามลำดับ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ
๐ ดัชนี DJIA ปรับเพิ่มขึ้น โดยได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใส โดยในวันพฤหัสบดี ดัชนี DJIA ปิดที่ 13,596.02 จุด เพิ่มขึ้น 0.80% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทรงตัวในวันจันทร์ ก่อนที่จะปรับเพิ่มขึ้นในวันอังคาร ท่ามกลางข้อมูลยอดค้าปลีกที่สดใส จากนั้นดัชนีปรับลดลงในวันพุธ โดยได้รับแรงกดดันจากการปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกของธนาคารโลก อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นอีกครั้งในวันพฤหัสบดี จากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง อาทิ การเริ่มสร้างบ้านที่ดีกว่าคาด และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ลดลง
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น
๐ ดัชนี Nikkei ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่ในรอบ 32 เดือน จากการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะผ่อนคลายนโยบายการเงินในเชิงรุกมากขึ้น โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 10,913.30 จุด เพิ่มขึ้น 1.03% จากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนีปรับเพิ่มขึ้นในวันอังคาร (หลังปิดทำการในวันจันทร์) จากการที่นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะได้เรียกร้องให้ BOJ ดำเนินนโยบายเชิงรุกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ก่อนที่ดัชนีจะปรับลงในวันพุธ จากแรงขายทำกำไร หลัง รมว.เศรษฐกิจแสดงความเห็นว่าการอ่อนค่าลงมากเกินไปของเงินเยน จะทำให้ราคาสินค้านำเข้าพุ่งขึ้น สำหรับในช่วงปลายสัปดาห์ ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้ง จากคาดการณ์ว่า BOJ จะผ่อนคลายนโยบายการเงินในเชิงรุกมากขึ้นในการประชุมวันที่ 21-22 ม.ค. ซึ่งกดดันเงินเยนให้อ่อนค่าลง









