วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

เงินไหลเข้าดันบาทแข็ง ธปท.จับตาใกล้ชิด

แบงก์ชาติย้ำติดตามสถานการณ์แข็งค่าของเงินบาทอย่างใกล้ชิด หลังเงินไหลเข้าตลาดหุ้น-ตราสารหนี้ เฟดส่งสัญญาณชัดไม่ยกเลิก QE

นางอลิศรา มหาสันทนะ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การแข็งค่าของเงินบาทไทยในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ประกอบกับมีเงินไหลเข้ามาลงทุนในประเทศบางส่วน โดยเงินที่ไหลเข้ามานั้นเป็นการเข้าลงทุนทั้งในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้

อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของเงินบาทไทยนั้น ถือว่าเป็นไปทิศทางเดียวกันค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาค จึงยังไม่มีประเด็นที่น่า ประกอบกับธปท.เองก็ติดตามดูในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

"จะเห็นว่าการแข็งค่าก็เป็นไปทั้งภูมิภาค โดยเฉพาะในกลุ่ม Emerging marketsหรือตลาดเกิดใหม่ ปัจจัยที่เข้ามา คือ เงินดอลลาร์อ่อนค่า ส่วนหนึ่งจากข่าว เฟด (ธนาคารกลางสหรัฐ) ให้ความเห็นว่า คิวอี (มาตรการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบ) คงไม่ยุติในเร็วๆ นี้ อีกทั้งก่อนหน้านี้ อีซีบี(ธนาคารกลางยุโรป) ก็คงดอกเบี้ยไว้ที่เดิม ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้น เป็นภาวะ Risk on"นางอลิศรากล่าว

ส่วนคำถามที่ว่าทิศทางค่าเงินบาทจะเป็นลักษณะการเคลื่อนไหวในทิศทางเดียว (one way bet) หรือไม่นั้น นางอลิศรา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ตอบยาก แต่ถ้าดูการเคลื่อนไหวของเงินทุนแล้วจะเห็นว่า แรงซื้อและแรงขายก็มีเข้ามาในทั้ง 2 ทิศทาง โดยนักลงทุนต่างชาติอาจเป็นผู้ขายเงินดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะผู้นำเข้าก็ยังเป็นผู้ซื้อเงินดอลลาร์อยู่

นอกจากนี้ ในส่วนของแผนแม่บทเงินทุนเคลื่อนย้าย ทางธปท.เองก็ยังดำเนินการตามแผนที่วางเอาไว้ โดยปีนี้จะทยอยผ่อนคลายกฎเกณฑ์ในบางส่วนเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนให้นักลงทุนไทยออกไปลงทุนต่างประเทศกันมากขึ้น
สำหรับค่าเงินบาทไทยตั้งแต่สิ้นปี 2555 จนถึงปัจจุบันนั้น แข็งค่าขึ้นประมาณ 1.5% ซึ่งถือเป็นระดับใกล้เคียงกับสกุลเงินประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นวอนเกาหลี้ใต้ซึ่งอยู่ที่ 1.51% ริงกิตของมาเลเซียนอยู่ที่ 1.68% หรือ เปโซฟิลิปปินส์ที่ 1.18% เป็นต้น ขณะที่ค่าความผันผวนของเงินบาทไทยล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 4.17% เทียบกับช่วงสิ้นปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3.89%