อดีตรองผู้ว่าการธปท.เตือนปัญหาหนี้สหรัฐ-ยุโรป กดดันเงินทุนเคลื่อนย้ายผันผวน คาดเงินเฟ้อครึ่งปีหลังเร่งตัว บีบแบงก์ชาติปรับนโยบายดอกเบี้ย
นายบัณฑิต นิจถาวร ประธานคณะกรรมการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวว่า ปัจจัยเรื่องของสหรัฐและยุโรปยังจะเป็นประเด็นที่ทำให้ตลาดการเงินโลกในปี 556 นี้มีความผันผวนได้ตลอดทั้งปี เมื่อเศรษฐกิจโลกผันผวนย่อมกระทบเศรษฐกิจไทยไปด้วยและสหรัฐและยุโรปยังจำเป็นต้องรักษามาตรการกระตุ้นแบบผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เอาไว้ต่อไปแต่อาจจะทำให้น้อยลงและตราบเท่าที่เศรษฐกิจยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนก็ยังคงจะเรียกคืนมาตรการกระตุ้นที่ใช้ไปไม่ได้ สภาพคล่องโดยรวมก็ยังท่วมโลกและเงินทุนเคลื่อนย้ายก็ยังจะคงไหลเข้ามาทางเอเชียรวมถึงตลาดตราสารหนี้ไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคงจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินของหลายประเทศในเอเชียเช่นกันให้มีทิศทางแข็งค่าขึ้น ซึ่งการจะดูแลในเรื่องของค่าเงินนั้นคงต้องใช้หลายมาตรการในการรับมือคงใช้อัตราดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เพราะดอกเบี้ยไทยกับสหรัฐปัจจุบันก็แตกต่างกันพอสมควรอยู่แล้ว เงินทุนจึงมีแนวโน้มที่จะไหลมาฝั่งเอเชียอยู่แล้ว
ส่วนทิศทางการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยในประเทศคงจะมีแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี2555 จากการบริโภคที่เพิ่มขึ้น เงินทุนไหลเข้า การใช้จ่ายภาครัฐ ตลอดจนต้นทุนของภาคธุรกิจที่ปรับตัวสูงขึ้นที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้หรืออาจจะมาเร็วกว่านั้นในช่วงไตรมาสที่2 ของปีนี้ ก็ได้ ดังนั้น การดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงต้องปรับเปลี่ยนจากการมุ่งดูแลในเรื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจหันมาดูแลในเรื่องของเสถียรภาพด้านราคาแทน เพราะอัตราเงินเฟ้อ คือ ต้นทุนค่าครองชีพของคนในประเทศ อย่าปล่อยให้เศรษฐกิจเติบโตจนขาดเสถียรภาพ เพราะจะทำให้เกิดปัญหาตามมาในอนาคตได้









