วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ต่างชาติแห่ลงทุนตราสารหนี้2.8แสนล้าน

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยเผยปี"55 นักลงทุนแห่เข้าลงทุนตราสารหนี้กว่า 2.89 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 69% เทียบปีก่อน คาดปี"56 โตต่อเนื่อง

นายนิวัฒน์ กาจนภูมินทร์ กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวถึงภาพรวมของตลาดตราสารหนี้ไทยตลอดทั้งปี 2555 ว่าขยายตัวเพิ่มขึ้นในทุกด้าน โดยมีมูลค่าคงค้าง (Outstanding) ของตราสารหนี้ทุกประเภทรวมกัน ณ สิ้นปี 2555 เท่ากับ 8.58 ล้านล้านบาท หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2554 โดยมีพันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ มีปริมาณการออกเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 72% และ 417% ตามลำดับ ส่วนตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาว (หุ้นกู้) มีมูลค่าการออกใหม่ 509,400 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 140% จากในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นยอดสถิติสูงสุด ตั้งแต่มีตราสารหนี้ของภาคเอกชนในประเทศไทย โดยกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มพลังเป็นผู้ออกตราสารที่สำคัญ การออกตราสารหนี้ของธนาคารพาณิชย์ถึง 180,210 ล้านบาทนั้น ส่วนใหญ่เป็นการเตรียมตัวในส่วนของเงินทุนสำรองตาม เกณฑ์ บาเซิล 3

สำหรับความเคลื่อนไหวในตลาดรอง พบว่าการซื้อขายตราสารหนี้ตลอดทั้งปี 2555 มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 19.77 ล้านล้านบาท โดยมีการมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นที่สำคัญได้แก่การเพิ่มขึ้นของพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ และ หุ้นกู้ภาคเอกชนประมาณ 300% และ 150% ตามลำดับ อันเนื่องมาจากปริมาณการออกของตราสารที่เพิ่มมากขึ้น และ การเพิ่มของยอดซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลกว่า 100%อันเนื่องมาจากการทำหน้าที่ Market Maker ของ Primary Dealer .ในตลาดรอง

นายนิวัฒน์ กล่าวว่า ตลาดตราสารหนี้ไทยยังคงเป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างประเทศ โดยตลอดทั้งปี 2555 นักลงทุนต่างประเทศมีการถือครองตราสารหนี้เพิ่มขึ้น กว่า 289,783 ล้านบาทมาอยู่ที่ 710,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69% เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2554โดยมีสัดส่วนการลงทุนพันธบัตรรัฐบาลทั้งสิ้น 70% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศในตราสารหนี้ระยะยาว ที่เป็นนักลงทุนระยะยาวจริงเพิ่มมากขึ้นในปีที่ผ่านมา

ทางด้านความเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ณ สิ้นปี 2555 เทียบกับ ณ สิ้นปี 2554 พบว่าปริมาณพันธบัตรรัฐบาลออกใหม่ (Bond Supply) ที่เพิ่มขึ้น มีผลทำให้อัตราผลตอบแทนปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 20-30 bp ในตราสารหนี้ระยะยาว สาเหตุที่ทำให้ตราสารไม่ปรับตัวเพิ่มมากนักเนื่องจากแรงซื้อจากนักลงทุนต่างประเทศที่เข้าในปี 2555 อย่างไรก็ดีการปรับลงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง) ในเดือนตุลาคม ส่งผลให้มีการปรับลด ของผลตอบแทน ของตราสารหนี้ระยะสั้น และ ปานกลางภายหลังการประกาศ

ทั้งนี้ อัตราผลตอบพันธบัตรรัฐบาล ณ สิ้นปี 2555 เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2554 พบว่าผลตอบแทนของตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุน้อยกว่า 1 ปี) ปรับตัวลดลงประมาณ 40 bp ตามทิศทางของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรือ R/P 1 วัน ที่ปรับตัวลดลง 50 bp (0.50%) ในขณะที่ผลตอบแทนของพันธบัตรระยะยาว (อายุมากกว่า 5 ปี) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ในช่วงประมาณ +10 ถึง +30 bp

กรรมการผู้จัดการ ThaiBMA กล่าวถึงแนวโน้มของตลาดตราสารหนี้ไทยในช่วงปี 2556 โดยคาดว่าจะยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้นักลงทุนต้องติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด ทั้งปัจจัยภายในประเทศรวมถึงปัจจัยภายนอกประเทศ ซึ่งจากผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้ร่วมตลาดทั้งในฝั่งของนักลงทุน และในฝั่งของผู้ค้าตราสารหนี้

"คาดว่าปัจจัยหลักที่จะมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในปีนี้ อยู่ที่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและวิกฤติทางการคลังของประเทศสหรัฐฯ ทั้งปัญหาหน้าผาทางการคลัง ปัญหาเพดานหนี้สาธารณะ และแนวโน้มของการยกเลิกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณที่ยังเหลืออยู่ (QE3 และ QE4) นอกจากนี้แล้วสถานการณ์ภายในกลุ่มสหภาพยุโรป รวมถึงปัจจัยภายในประเทศไทยเอง ล้วนแต่เป็นประเด็นที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิดด้วยเช่นกัน"

ทั้งนี้ คาดว่ามูลค่าการออกตราสารหนี้ระยะยาวภาคเอกชน (หุ้นกู้) ตลอดทั้งปี 2556 นี้ จะอยู่ที่ประมาณ 350,000 ล้านบาท โดยทิศทางของอัตราดอกเบี้ยภายในประเทศสำหรับปี 2556 ซึ่งคาดว่ามีแนวโน้มที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงแคบ

สำหรับการซื้อขายในตลาดรองคาดว่าจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นในพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ และตราสารหนี้ภาคเอกชน ตามปริมาณการออกของตราสารในตลาดแรก สำหรับพันธบัตรรัฐบาลก็มีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการทำหน้าที่ Market maker ของ Primary Dealer และคาดว่าปริมาณการซื้อขายในตลาดรองน่าจะอยู่ในระดับที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องในปีนี้

ในส่วนของแผนการดำเนินงานของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยในปี 2556 นั้นสมาคมยังคงมุ่งเน้นในการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง โดยในตลาดแรกสมาคมมีแผนส่งเสริมให้มีการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนเพิ่มมากขึ้น รวมถึงส่งเสริมให้เกิดตลาดตราสารหนี้กลุ่มใหม่ เช่น High yield , Unrated Bond และ Guaranteed Bond สำหรับตลาดรองสมาคมมีแผนส่งเสริมการเพิ่มธุรกรรม ด้าน Private Repo โดย ผลักดันให้ ธปท. ยกเลิก ค่าธรรมเนียม 0.46%การเพิ่มการลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศโดยลดอุปสรรคการลงทุนของนัลงทุนต่างประเทศ เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้จากการลงทุนเหมือนเช่นที่เคยปฏิบัติมาแล้วก่อนปี 2553 การผลักดันให้ตราสารหนี้ไทยเข้าสู่ Global Index ในปี 2557 ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เกิดสภาพคล่องในตลาดรองการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในตลาดรองของนักลงทุนบุคคลธรรมดา เช่น การยกเว้น capital gain tax รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนผ่าน กองทุนรวม การให้ความรู้แก่บุคลากรที่ทำธุรกรรมในการลงทุนในตราสารหนี้ อีกทั้งการให้ความรู้แก่นักลงทุนรายย่อย เพื่อเป็นทางเลือกในการออมอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ