วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เศรษฐพุฒิ'เตือนส่งออกน่าห่วง อย่าชะล่าใจ

"เศรษฐพุฒิ"เตือนเศรษฐกิจโลกยังน่าห่วง อย่าเพิ่งชะล่าใจ ประเทศยักษ์ใหญ่ยังไม่ฟื้น เหตุไทยพึ่งการส่งออกสูง

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันอนาคตไทยศึกษา ให้มุมมองแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ในปี 2556 ว่า ผมคิดว่าเรายังไม่ควรชะล่าใจกับเศรษฐกิจในปีนี้ และยังคงจะต้องระมัดระวัง เหตุผลเพราะเศรษฐกิจโดยรวมของกลุ่มประเทศยักษ์ใหญ่ในปีหน้ายังไม่สู้ดีนัก

สำหรับสหรัฐ อัตราการเติบโตในปีหน้า (2556) น่าจะต่ำกว่าปีนี้ เหตุผลเนื่องจำกสหรัฐจะมีกำรตัดรายจ่ายและขึ้นภาษีจากปัญหาหน้าผำกำรคลัง (Fiscal cliff) ไม่มากก็น้อย ส่วนฝั่งยุโรป ก็คงเข้าสู่ภำวะถดถอยด้วยปัญหาสารพัดที่คาราคาซังมานาน

สำหรับเศรษฐกิจญี่ปุ่น ก็น่าจะโตน้อยมาก และชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดจากปีก่อน เนื่องจากแรงกระตุ้นจากการก่อสร้างหลังสึนามิจะหมดไป

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าเมื่อเรารวมเศรษฐกิจสหรัฐ (คิดเป็นกว่า 22% ของเศรษฐกิจโลก ณ ราคาตลาด) ยุโรป (17%) และญี่ปุ่น (8%) สามประเทศรวมกันก็เกือบครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจโลก และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมภาพรวมเศรษฐกิจโลกปีหน้าจึงไม่น่าจะสดใสนัก ที่เห็นดีก็จะมีแต่จีน (12% ของเศรษฐกิจโลก) ซึ่งคนมองว่าอัตราการเติบโตของปีหน้าน่าจะดีกว่าปีนี้

นักพยากรณ์ในไทยส่วนใหญ่มองว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะโตในอัตราระหว่าง 4-5% (ยกเว้น กระทรวงการคลังที่ย่อมมองโลกในแง่ดีกว่าคนอื่น) ผมเองคิดว่าตัวเลขน่าจะอยู่ใกล้ 4% มากกว่า 5% ด้วยเหตุผลที่ว่าสัจธรรมของตัวเลขเศรษฐกิจของไทยจะเป็นไปตำมตัวเลขส่งออก ซึ่งอิงกับภาพเศรษฐกิจโลก นักพยากรณ์ที่คาดการณ์ตัวเลขสูงมักจะคาดการณ์ (หรือคาดหวัง) ว่าจะมีรายจายภาครัฐเข้าใสช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว อัตราการเบิกจ่ายจริง โดยเฉพาะสำหรับโครงการใหม่ๆ ของไทยมักจะอยู่ในอัตราที่ต่ำมากในปีแรกๆ และต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจโลกอาจไม่ค่อยดีนัก มีความเสี่ยงสูง

แต่สำหรับไทยเอง จริงๆ แล้วก็ไม่ได้ดูแย่นักเมื่อเทียบกับโลก เพราะตัวแปรที่สื่อถึงความเปราะบางด้านเศรษฐกิจมหภาคของไทยโดยรวมก็ยังต่ำ (เช่น หนี้ต่ำงประเทศต่ำ งบดุลภาคธนาคารและเอกชนเข้มแข็ง) ทำให้เราเองสามารถอุ่นใจได้ในระดับหนึ่งว่า โอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะหงายหลังเหมือนประเทศอื่นที่เป็นข่าวก็มีต่ำมากๆ เช่นกัน"