Fund Flow ยังชี้นำตลาด SET ย่อลงมาน่า เก็งกำไร โดยมี 1,415 จุดเป็นจุด Cut Loss
SET View
แนวโน้ม SET วันนี้ การที่วานนี้ SET ปิดตัวเหนือบริเวณ 1,415 จุด ทำให้ SET มีโอกาสดีดตัวต่อเนื่องได้ โดยมีเป้าหมายการเหวี่ยงตัวเบื้องต้นอยู่ที่ 1,435/ 1,445 จุด ขณะที่ปัจจุบันดูเหมือนว่าตลาดจะให้ความสนใจกับปัจจัยหนุนจากการอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารกลางใหญ่ๆของโลก และกระแส Yen Carry Trade มากกว่าประเด็นเรื่องการขยายเพดานหนี้ (Debt Ceiling) ของสหรัฐ ดังนั้นจากความน่าสนใจในเชิงมูลค่า (Valuation) ของตลาดหุ้นไทยมีเทียบกับ MSCI Asia ex Japan (APACxJ) ได้แก่มีระดับ PEG ปี 2556 ที่ 0.81 เท่า เทียบกับ APACxJ ที่ 1.12 เท่า, EPS Growth ปี 2556 ที่ 15.0% เทียบกับ APACxJ ที่ 10.6%, Dividend Yield ปี 2556 ที่ 3.8% เทียบกับ APACxJ ที่ 3.0% ทำให้เราประเมินว่าถ้ากระแส Yen Carry Trade ยังคงมีอยู่ ตลาดหุ้นไทยจะยังเป็นเป้าหมายของ Fund Flow ต่อไป
ระดับการยอมรับความเสี่ยง (Risk Appetite) ของนักลงทุนในตลาดหุ้นโลกที่เพิ่มขึ้น สะท้อนออกมาจากการที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (สิ้นสุด 9 ม.ค.) มี Fund Flow ไหลเข้าตลาดหุ้น Emerging Market (EM) ราว 7.4 พันล้านดอลลาร์ สูงที่สุดตั้งแต่ปี 2535 ส่งให้ตั้งแต่เฟดเริ่มดำเนินมาตรการ QE3 (13 ก.ย.2556) มี Fund Flow ไหลเข้าตลาดหุ้น EM แล้ว 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ เทียบกับในช่วง QE1 และ QE2 ที่ 7.3 และ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์
กลยุทธ์การลงทุน กรณีที่วันนี้ SET ยังปิดเหนือ 1,415 จุดได้ สำหรับการลงทุนระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) แนะนำ “อ่อนตัวซื้อ” เก็งกำไรในกรอบ 1,415-1,445 จุด (กรณีต่ำกว่า 1,415 จุด “ขาย”) ในหุ้นกลุ่มที่ยังคงมีความน่าสนใจในเชิงมูลค่า (Valuation) ตามเงื่อนไขคือมีระดับ P/E ปี 2556 ต่ำกว่า SET ที่ 12.1 เท่า, EPS Growth ปี 2556 สูงกว่า SET ที่ 15.0%, Dividend Yield ปี 2556 สูงกว่า SET ที่ 3.8% และมี Upside Gain เหลือมากกว่า 10% ได้แก่ BCP, IVL, SIRI, SAT, STANLY, AMATA, MFEC, SAMART, TUF และ AGE ร่วมกับหุ้นในกลุ่มธนาคารที่มีระดับ P/BV ต่ำกว่า (1.3x) และ ROE ปี 2556 สูงกว่า(15.4%) ค่าเฉลี่ยกลุ่มในภูมิภาค ได้แก่ KTB และ TCAP
บล.เกียรตินาคิน









