เป็นผลเสียหากองค์กรรักษา Dead Wood ไว้ ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย ทำลายบรรยากาศการทำงานเป็นทีม รวมถึงสร้างทัศนคติที่ผิดๆ
บันทึกการสร้างโลกในพระธรรมปฐมกาล (Book of Genesis) กล่าวถึง สวนอีเดน (Garden of Eden) ว่าเป็นดินแดนที่พระเจ้าสร้างขึ้นบนโลกเพื่อให้เป็นสถานที่อาศัยของมนุษย์สองคนแรก คือ อดัม (Adam) และอีฟ (Eve)
ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 จอห์น มิลตัน (John Milton) กวีชาวอังกฤษ ได้พรรณนาถึงสวนอีเดน (Garden of Eden) ในมหากาพย์ เรื่อง Paradise Lost ว่า เป็นสถานที่บริสุทธิ์ อันอุดมด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร ตั้งอยู่บนที่ราบสูงชัน มีกำแพงล้อมรอบ ภายในมีภูเขาปกคลุมด้วยต้นไม้ส่งกลิ่นหอมตลบไปทั่ว ในสวนเต็มไปด้วยสัตว์ป่าที่พระเจ้าสร้างขึ้น และเซ็งแซ่ด้วยเสียงนกนานาชนิด ตามลำธารมีน้ำไหลริน ตลอดปี
กรุงปารีส (Paris) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศสในปลายศตวรรษที่ 19 ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นยุคสวยงาม หรือ Belle Époque มีภูมิทัศน์ราวกับสวนสวรรค์อีเดนบนโลกมนุษย์ ซึ่งเป็นผลพวงจากการบูรณะครั้งใหญ่ภายใต้การปกครองของจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 (Napoléon III de France) และนักวางผังเมือง บารง โอสม็อง (Baron Haussmann)
กระทั่ง ปี 1889 กุสตาฟ ไอเฟล (Gustave Eiffel) ได้เริ่มสร้างโครงเหล็กสูง 300 เมตร บริเวณสวนสาธารณะชองป์ เดอ มารส์ (Champ de Mars) ใจกลางกรุงปารีส ซึ่งต่อมาโครงเหล็กดังกล่าวถูกเรียกชื่อว่า หอไอเฟล (Eiffel Tower) ในระหว่างการก่อสร้าง กุสตาฟ ไอเฟล ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่า สิ่งก่อสร้างของเขา กำลังจะทำลายทัศนียภาพที่สวยงามของกรุงปารีส
กลุ่มศิลปินหลายคนกล่าวโจมตีว่า แนวหมุดยึดเปลือย และผิวโลหะที่หยาบกระด้าง ทำให้สิ่งก่อสร้างของ กุสตาฟ เฟล เป็นได้แค่โคมไฟที่น่าสมเพศ ราวกับวัชพืชที่กล้ำกลายเข้ามาทำลายความบริสุทธิ์ของสวนอีเดน จนเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ เมื่อได้เห็นความอ่อนช้อยของโครงสร้าง ส่วนโค้ง และแนวประดับ ทำให้สาธารณะชนส่วนใหญ่ยอมรับว่า หอไอเฟล เป็นสถาปัตยกรรมที่มีความแปลกใหม่ งดงามและทันสมัย บรรจุไว้ด้วยศิลปกรรมที่สร้างสรรค์ ที่ช่วยดึงจิตวิญญาณของชาวฝรั่งเศสขึ้นไปสู่จุดสูงสุด วัชพืชในตอนแรกได้เติบโตเป็นไม้ยืนต้นที่ส่งกลิ่นหอมหวล และกลายเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกตั้งแต่นั้นมา
นวนิยายไทย หลายเรื่องมีตัวละครบางตัวได้รับการเปรียบเปรยว่าเป็น วัชพืชในสวนอีเดน เนื่องจากมีชาติตระกูลเดิมหรือฐานะที่ต่ำต้อย หรือมีชีวิตอยู่ในวัฒนธรรมที่แตกต่าง เช่น ในเรื่อง บ้านทรายทอง ตัวละครเอก คือ พจมาน พินิตนันท์ มาจากต่างจังหวัด เมื่อต้องเข้ากรุงเทพฯ ไปอาศัยอยู่กับครอบครัวหม่อมพรรณราย ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของพ่อที่บ้านทรายทอง ก็ถูกกลั่นแกล้งตั้งแต่แรก เพราะถูกมองว่าเป็นความแปลกปลอมที่เข้ามาในครอบครัวชนชั้นสูง ซึ่งต้องใช้เวลา ความเข้มแข็งอดทน ตลอดจนจิตใจที่ดีงาม จนกระทั่งได้รับการยอมรับให้เป็นส่วนหนึ่งในสมาชิกของบ้านทรายทองได้ในที่สุด หรือ ในเรื่องสี่แผ่นดิน เมื่อ ตาอั้น ลูกแม่พลอย กลับจากต่างประเทศ ก็พาภรรยาแหม่มชื่อ ลูซิลล์ มาด้วย การที่มีลูกสะใภ้ฝรั่งเข้ามาอยู่ในบ้านได้นำการเปลี่ยนแปลงแบบสมัยใหม่เข้ามาในครอบครัว สร้างความกังวลและไม่พอใจให้กับแม่พลอยและคุณเปรมอย่างมาก เพราะทำให้ลูกสาวคือประไพ เริ่มแสดงกิริยาอาการอย่างฝรั่ง รวมถึงการแต่งหน้าอย่างฝรั่ง ซึ่งฝืนขนบธรรมเนียมของครอบครัวไทยในสมัยนั้น
ธุรกิจในประเทศไทย และแทบทุกประเทศในโลก มากกว่าร้อยละ 90 เป็นกิจการที่มีครอบครัวเป็นเจ้าของหรือมีส่วนในการควบคุมบริหารและดำเนินการ ซึ่งอาจเป็นกิจการที่เป็นบริษัทมหาชน หรือบริษัทเอกชนทั่วไป ธุรกิจครอบครัวขนาดเล็กมักถูกมองว่า ขาดระบบการจัดการที่ดี มีการเลือกปฏิบัติ มืออาชีพไม่สนใจจะเข้ามาร่วมงานเพราะมีข้อจำกัดในด้านความก้าวหน้า
ถ้าสมาชิกในครอบครัวมีน้อยหรือไม่มี ความสามารถพอ ก็ต้องอาศัยมืออาชีพ หรือคนนอกที่มีความสามารถเข้ามาช่วยบริหาร ซึ่งคนนอกที่เข้ามาก็ต้องพยามปรับตัวให้เข้ากันได้กับวัฒนธรรมของครอบครัว มิฉะนั้นก็จะประสบความล้มเหลว กลายเป็นสิ่งแปลกปลอมเหมือนวัชพืชในสวนอีเดนที่ไม่สามารถงอกงามและรอวันที่จะถูกกำจัดออกไป
ในองค์กรที่มีอายุยาวนาน จะมีวัฒนธรรมที่เข้มแข็งเป็นกำแพงล้อมรอบ ไม่ค่อยยอมรับการเปลี่ยนแปลงจากแนวทางเดิม พนักงานที่เข้ามาโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เรียกว่า Gen Y จะเป็นพวกที่มีความมั่นใจในตนเองสูง ไม่ชอบการบังคับ ต้องการทำงานกับหัวหน้าที่เป็นคนต้นแบบ (Role Model) และมีเหตุผลในงานที่สั่ง เนื่องจากพนักงานกลุ่มนี้มักจะมีความรู้และศักยภาพสูง แต่ไม่ค่อยมีผลงานหรือไม่อยากทำงาน ถ้างานที่มอบหมายไม่ท้าท้าย องค์กรจึงไม่สามารถใช้ประโยชน์จากพนักงานกลุ่มนี้ได้เต็มที่
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารไม่ควรมองพนักงาน Gen Y เป็นเด็กเจ้าปัญหา (Problem Child) แต่ควรตระหนักว่า การคิดแตก เห็นต่าง คือความหลากหลาย ไม่ใช่การต่อต้าน การมีทัศนคติที่ดี (Positive Attitude) ต่อคนต่างรุ่น พยายามเรียนรู้ซึ่งกันและกันและยื่นมือเข้าหากัน จะช่วยลดช่องว่าง ความแตกต่างได้
ไม่ควรมองว่า เด็กเจ้าปัญหา เป็นวัชพืชในสวนที่ต้องกำจัด วิธีการที่เหมาะสมคือต้องพยายามแปลงวัชพืชเหล่านี้ ให้เติบโตเป็นไม้ ยืนต้น เสมือนหอ ไอเฟล ที่สร้างความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนสามารถเพิ่มคุณค่าให้กรุงปารีส การดูแลพนักงานกลุ่มนี้ หัวหน้างานจะต้องเข้าถึงจิตใจของแต่ละคนว่า พฤติกรรมที่แสดงออกมา อยู่ในระดับใด สามารถปรับเปลี่ยนหรือพัฒนาได้หรือไม่ การแก้ปัญหาต้องอาศัยหัวหน้างาน “ให้ความรักก่อนให้ความรู้” พร้อมๆ กับการสอนงานอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะมีส่วนผลักดันให้เด็กเจ้าปัญหากลุ่มนี้ เกิดความเชื่อมั่นในตัวผู้บังคับบัญชามากขึ้น และยินดีที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำ ถ้าหัวหน้าปัจจุบันไม่สามารถทำได้ ก็ต้องโยกย้ายพนักงานไปอยู่กับหัวหน้าที่มีแนวคิด มีความเข้าใจ ในการบริหารจัดการคนรุ่นใหม่
แต่วัชพืชจริงๆ ในสวน คือพนักงานประเภทไม้ตายซาก หรือ Dead Wood เป็นพนักงานที่มีผลการปฏิบัติงานและศักยภาพต่ำทั้งสองด้าน เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่ทำงานในองค์กรมานาน จนหมดไฟ ไม่พัฒนาตนเอง จึงกลายเป็นคนที่ทำงานแบบไร้วิญญาณ และบางกรณีเป็นตัวถ่วงความเจริญของหน่วยงาน เนื่องจากมีทัศนคติไม่ดีต่อองค์กรและต่อหัวหน้างาน แต่ก็ไม่ประสงค์จะลาออก
การที่องค์กรต้องรักษาพนักงาน Dead Wood ไว้ให้ทำงานในองค์กรต่อไปเรื่อยๆ นั้นเป็นผลเสีย ทั้งเรื่องของค่าใช้จ่าย ทำลายบรรยากาศการทำงานเป็นทีม และยังเป็นกลุ่มคนที่คอยปลูกฝังทัศนคติแบบผิดๆ ให้กับพนักงานคนอื่นทำตามอีกด้วย ถ้าปล่อยให้นานไปจะทับถมขยายวงจนกลายเป็นปัญหาลึก ยากที่จะแก้ไขเหมือนการกำจัดวัชพืชโดยไม่ให้กระทบต้นไม้อื่น แนวทางที่สามารถดำเนินการได้ คือ การให้โอกาสปรับปรุง ถ้ายังไม่สามารถเปลี่ยนการทำงานและพฤติกรรมให้ดีขึ้นได้ ก็ต้องมีการลงโทษทางวินัย
ท้ายที่สุด ถ้ามีจำนวนมาก องค์กรอาจจะต้องมีโครงการจากกันด้วยดี (Mutual Separation Program) ให้ผลตอบแทนในการออกจากงานที่จูงใจ หรืออาจต้องถึงขั้นใช้มาตรการเลิกจ้าง และจ่ายค่าชดเชย รวมทั้งผลประโยชน์อื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด








