ในปี 2555 ที่ผ่านมาถือเป็นย่างก้าวสำคัญในการชิง "ปักธง" ขยายธุรกิจสู่อาเซียน ของกลุ่มธุรกิจสื่อ บันเทิง และคอนเทนท์ จากประเทศไทย
ด้วยปัจจัยสนับสนุนการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ซึ่งแนวโน้มที่ตามมาคือ สินค้าหรือแบรนด์ต่างๆ จำต้องใช้ "สื่อ" เป็นเครื่องมือด้านสื่อสารการตลาด และสร้าง "ยอดขาย" ขณะที่ฝั่งการผลิตคอนเทนท์ นับเป็นอีกแขนงธุรกิจที่ไทยโดดเด่นในอาเซียน
กลุ่มคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ ที่มีการเคลื่อนทัพรุกตลาดอาเซียน คือกลุ่มบีอีซี เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ โดย ไบรอัน แอล มาร์การ์ กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่านโยบายของบีอีซีเทโรฯ ต้องการขยายธุรกิจสู่อาเซียนครบวงจร ซึ่งในแต่ละประเทศที่จะเข้าไปขยายธุรกิจจะทยอยนำทุกประเภทธุรกิจของบีอีซีเทโรฯ เข้าไปบุกตลาด ไม่ว่าจะเป็นการผลิตรายการ ละคร คอนเสิร์ต โชว์บิซ การจำหน่วยตั๋ว ซึ่งประเทศที่มีศักยภาพมากที่สุดในกลุ่มอาเซียนคือ พม่า โดยต้นปีที่ผ่านมา บริษัทได้ร่วมทุนกับ ฟอร์เอฟเวอร์ กรุ๊ป ยักษ์ใหญ่ธุรกิจสื่อในประเทศพม่า ซึ่งมีความสนใจหาพันธมิตรเพื่อนำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตคอนเทนท์ จึงได้ร่วมทุนจัดตั้ง บริษัท ฟอร์เอฟเวอร์ บีอีซี เทโร จำกัด เพื่อผลิตรายการป้อนให้ช่อง MRTV4 สถานีโทรทัศน์ของฟอร์เอฟเวอร์ กรุ๊ป
พงษ์พันธ์ วงศ์หนองเตย ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ บมจ.บีอีซี เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ กล่าวเสริมว่าปัจจุบันบริษัทได้เวลาเพื่อผลิตรายการทางช่อง MRTV4 รวม 2 ชั่วโมงต่อวัน และช่อง MRTV7 อีก 6 ชั่วโมงต่อวันแล้ว โดยมีกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ลงโฆษณา โดยเฉพาะ “ยูนิลีเวอร์” ได้ทำสัญญาลงโฆษณาระยะยาว 1 ปี นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการผลิตละครเชิงประวัติศาสตร์ในพม่าอีกด้วย พร้อมกันนี้ ยังได้เตรียมนำคอนเสิร์ตและโชว์บิซเข้าไปในพม่า ในเดือน เม.ย.2555 จะจัดการแสดง “ดิสนีย์ออนไอซ์” และคอนเสิร์ต “ยานนี” จึงได้เริ่มลงทุนพัฒนาระบบธุรกิจจำหน่ายตั๋วเพิ่มเติม ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ทดลองตลาดมาบ้างแล้วและได้ผลตอบรับที่ดี
ธุรกิจในกลุ่มบีอีซีเทโรฯ ที่ขยายไปต่างประเทศที่ดีที่สุดในขณะนี้คือ ธุรกิจจำหน่ายตั๋ว เนื่องจากมีระบบซอฟท์แวร์ที่ดี ขณะนี้ได้ทดลองตลาดในมาเลเซีย ลาว และเวียดนามแล้ว หลังจากนี้วางแผนจะขยายต่อใน อินโดนีเซีย ไม่เพียงในอาเซียนเท่านั้น แต่ยังได้ขายแฟรนไชส์ให้แก่บริษัทท้องถิ่นในมัลดีฟส์
ด้าน ธนัท ตันอนุชิตติกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท การ์ตูนมีเดีย จำกัด กล่าวว่าบริษัทได้ร่วมทุนกับฟรีทีวีในลาวและเวียดนามเพื่อจัดตั้งบริษัทบริหารออกอากาศรายการการ์ตูนทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 7.30-10.00 น. โดยได้เตียมงบลงทุนไว้ราว 500 ล้านบาทในการซื้อลิขสิทธิ์การ์ตูนที่ได้รับความนิยมสูงไว้ล่วงหน้าครอบคลุมพื้นที่อินโดจีน ทำให้ผู้ลงโฆษณาในไทยมีโอกาสเลือกใช้เวลาโฆษณาเพื่อสื่อสารกลุ่มเป้าหมายในอาเซียน
“เปิดเออีซี กลุ่มธุรกิจสื่อและคอนเทนท์เป็นอีกกลุ่มที่ได้ประโยชน์ เพราะมีรายได้จากโฆษณามากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอินโดจีนที่คอนเทนท์การ์ตูน ได้รับความสนใจมากขึ้น แต่ประเทศเหล่านั้นยังขาดผู้ประกอบการที่มีเงินทุนและเชี่ยวชาญในการบริหารสิทธิ" ธนัทกล่าว
ขณะที่ องอาจ สิงห์ลำพอง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานสถานีโทรทัศน์ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารทีวีดาวเทียมช่อง 8 มองว่าประเทศไทยซึ่งเป็นศูนย์กลางในหลายๆธุรกิจ เนื่องจากมีจุดแข็งด้านฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตรหลายรายการมีโอกาสเติบโตสูงจากการเปิดเออีซี
สำหรับอาร์เอส ซึ่งถือเป็นผู้ประกอบการสื่อและคอนเทนท์ โปรวายเวอร์ เริ่มได้รับการติดต่อจากผู้ประกอบการสื่อในอาเซียน เพื่อซื้อละคร ที่ช่อง8 ผลิต ไปออกอากาศในประเทศต่างๆ เช่น กัมพูชา รวมทั้งประเทศจีน
นอกจากนี้ช่วงกลางปีนี้ ยังมีโปรเจคผลิตรายการรูปแบบทาเลนต์โชว์กับกลุ่มอาเซียนเพื่อแพร่ภาพในภูมิภาคนี้
"ช่อง8 และอาร์เอส เองมีความพร้อมเข้าสู่ตลาดเออีซีเต็มรูปแบบ ที่ผ่านมาเราเป็นพาร์ทเนอร์และทำการตลาดในภูมิภาคนี้อยู่บ้างแล้ว เช่น การร่วมกับบริษัท Ice-TV ผู้ได้ลิขสิทธิ์ผลิตรายการ Asia's Next Top Model ซึ่งเป็นเรียลลิตี้ค้นหาสุดยอดนางแบบในแถบเอเชีย โดยได้สิทธิแพร่ภาพการประกวดในครั้งนี้เป็นสถานีแรกและสถานีเดียวในประเทศไทย” องอาจกล่าว
ด้านโอกาสธุรกิจสื่อในอาเซียน คาดจะเติบโตมีเม็ดเงินโฆษณาหมุนเวียนมากขึ้นเช่นกัน เนื่องจากไทยมีเทคโนโลยี ซึ่งเอื้อต่อการผลิตคอนเทนท์และผลิตสื่อ ประกอบกับมีความพร้อมด้านบุคลากร เช่น ดาราและนักร้อง ซึ่งเป็นที่รู้จักในประเทศข้างเคียง ส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตคอนเทนท์ เช่น เกมโชว์, ละคร หรือ ข่าว ก็มีโอกาสที่จะเติบโตเช่นกัน
จากปัจจุบันกลุ่มเพื่อนบ้านรอบของไทย ไม่ว่าจะเป็น พม่า, ลาว, เขมร และเวียดนาม นิยมเสพคอนเทนท์จากประเทศไทยอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเป็นโอกาสอันดีที่จะขยายตลาดอย่างจริงจัง หรือการขายคอนเทนท์ไปยังกลุ่มเพื่อนบ้านในอาเซียน









