วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

“จุรินทร์”ร่ายยาวแจงปัญหาเงินเฟ้อ ราคาสินค้า ยันรัฐบาลดูแลประชาชนทุกด้าน

“จุรินทร์” แจงเงินเฟ้อไทยต่ำกว่าหลายประเทศ ย้ำบริหารราคาสินค้า ใช้ วิน-วินโมเดล ทุกฝ่ายอยู่ได้ ช่วย ประหยัดเงินประชาชนได้เกือบแสนล้านบาท รับปุ๋ยแพงจริงจากราคาพลังงานโลกที่สูงขึ้น เร่งหาแหล่งนำเข้าปุ๋ย โวรัฐบาล”บิ๊กตู่”แก้หนี้สินเกษตรได้แล้ว

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงคำอภิปรายของสมาชิกฝ่ายค้าน ระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ว่า ปัญหาเงินเฟ้อเป็นปัญหาวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งเศรษฐกิจโลกชะลอตัว วิกฤติโควิดและสงครามรัสเซียและยูเครน ทำให้จากราคาพลังงานที่แพงขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะเดือน ม.ค.-มิ.ย.ปีนี้ เทียบกับปีที่แล้วทั้งปี ราคาน้ำมันโลกเพิ่มขึ้น 60%  แก๊สธรรมชาติ เพิ่มขึ้น 195% แต่เงินเฟ้อของประเทศไทยยังดีกว่าหลายประเทศ  จาก 137 ประเทศทั่วโลกที่เงินเฟ้อสูงไทยอยู่ในลำดับที่ 125  แสดงให้เห็นว่ามีประเทศที่เงินเฟ้อต่ำกว่าไทยแค่ 12 ประเทศ ส่วนที่เหลือ 124 ประเทศเงินเฟ้อสูงกว่าประเทศไทยซึ่งตัวเลขเงินเฟ้อตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามาถือว่ายังต่ำกว่าหลายยุคหลายสมัยหลายรัฐบาลที่ผ่านมา ที่ บอกว่าไม่มีรัฐบาลไหนของแพงเท่ารัฐบาลนี้อีกแล้วก็ไม่จริง ตอนพรรคเพื่อไทยท่านรัฐบาลแพงกว่านี้มาก และ เงินเฟ้อพุ่ง 8.9 % บางช่วง 9.2 %

สำหรับราคาสินค้าตนใช้นโยบาย 1.ใช้ “วิน-วินโมเดล”ให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้ เกษตรกรต้องไม่ถูกกดราคา ผู้ประกอบการต้องประกอบธุรกิจได้โดยไม่ขาดทุนจนหยุดผลิตและทำให้ปัญหาใหม่ตามมาคือของขาดตลาด และผู้บริโภคต้องไม่รับภาระจนไม่ได้รับความเป็นธรรม และมีมาตรการเชิงรุกและเชิงลึก แก้ปัญหาตั้งแต่ต้นลงลึกรายสินค้า ยึดหลัก 1.ถ้าต้นทุนไม่เพิ่มไม่ให้ขึ้นราคา

 

 

2.ตรึงราคาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้ สร้างผลกระทบกับผู้บริโภคให้ช้าที่สุด  3.ถ้าต้นทุนสูงขึ้นจริงให้ปรับราคาแต่ต้องปรับตามโครงสร้างที่กำหนดไว้ และให้ปรับน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น เมื่อไหร่ต้นทุนลดลงต้องปรับลดราคาลงมาทันที ซึ่งรัฐบาลนี้ดำเนินคดีผู้ค้ากำไรเกินควร ทำผิดกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการแล้ว 1,064 คดี จำคุก 101 คดี ผลของมาตรการกระทรวงพาณิชย์ทั้งตรึงราคาและไม่อนุญาตให้ขึ้นราคา ทำให้สินค้าหลายรายการปรับลดราคาลงมา ที่บอกแพงทั้งแผ่นดินไม่จริง อาจพูดเป็นวาทะกรรม

จากการตรวจสอบราคาสินค้าที่สำคัญต่อชีวิตประจำวันของประชาชน 242 รายการ พบว่าสามารถตรึงไว้ได้ 71 รายการ ราคาลดลง 47 รายการ รวมที่ตรึงราคาเดิมและราคาลดลง 118 รายการ จาก 242 รายการ  แต่สินค้าที่มีราคาสูงขึ้นกระทบพี่น้องประชาชนมาก โดยเฉพาะเกษตรกรนอกจากน้ำมันปาล์มคือ ปุ๋ย

ในส่วนของการ ตรึงราคาสินค้านั้น ตั้งแต่ ธ.ค.64-ปัจจุบัน มีสินค้าขอขึ้นราคาจำนวนมาก แต่กระทรวงพาณิชย์ไม่อนุญาต โดยมีการขอขึ้นรวม 127 ครั้ง 11 หมวดสินค้า 61 บริษัท 116 ยี่ห้อ สินค้า 936 รายการ ทั้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง นม ผงซักฟอก ผ้าอนามัย น้ำยาล้างจานและอื่นๆ แต่กระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้า 11 หมวด ได้ถึง 6-19 เดือน ประหยัดรายจ่ายเงินในกระเป๋าประชาชนได้มาก ทั้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ตรึงราคาไว้ที่ 6 บาท ขอมา 19 เดือน เกือบ 2 ปี ประหยัดเงินได้ 20,900 ล้านบาท รวมทั้งหมด 11 หมวดที่ไม่ให้ขึ้นราคา ประหยัดเงินประชาชนได้ 98,287 ล้านบาท หรือเกือบ 100,000 ล้านบาท

ขณะที่ราคาพืชผลการเกษตรดีเกือบทุกตัว เช่น ราคาข้าวเปลือกมาตรฐาน 9,000-9,500 บาทต่อตัน ข้าวหอมมะลิเกิน 15,000 บาทต่อตัน มันสำปะหลังจากกิโลกรัมละ 1 บาทกว่า ซึ่งหากราคา ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมันและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตกต่ำก็มีโครงการ มีประกันรายได้เกษตรกรจ่ายเงินชดเชยให้อีก ส่วนราคาผลไม้ดีทุกตัว ทุเรียนหมอนทองปีนี้ขึ้นถึง 135 -150 บาทต่อกก. ดีกว่าปีที่แล้วที่ 117 บาทต่อกก.เป็นต้น

นายจุรินทร์ กล่าวว่า  ด้านการเพิ่มรายได้ของประเทศนั้น กระทรวงพาณิชย์จับมือกับภาคเอกชน ตั้ง กรอ.พาณิชย์ (คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์) ส่งออกทำเงินเข้าประเทศ โดยปี 64   ส่งออกขยายตัว17.1%  ทำเงินให้ประเทศ 8.5 ล้านล้านบาท และปีนี้ 5 เดือน ส่งออก 4 ล้านล้านบาท โต12.9 ค้าชายแดน  ด้านค้าชายแดนก็ร่งเปิดด่านจากที่เดิมปิด 97 ด่าน เปิดแล้ว 59 ด่าน และจะทยอยเปิดต่อไป โดยมูลค่าการค้าชายแดน  5 เดือนแรกปีนี้ทำเงินเข้าประเทศ 267,052 ล้านบาท โต 17.24%

สำหรับราคาปุ๋ย ยอมรับว่า   ปุ๋ยแพงจริง และแพงมา ตั้งแต่ต้นปี 64 แต่ไม่เฉพาะประเทศไทยแพงทั้งโลก ปุ๋ยทำจากแก๊สที่ราคาเพิ่มขึ้น 195% และขนส่งด้วยน้ำมันมายังประเทศไทยที่ราคาเพิ่มขึ้น 60% โดยไทยปุ๋ยต้องนำเข้า 100% ผลิตเองไม่ได้ ซึ่งราคาปุ๋ยโลกเพิ่มขึ้นถึง 236% แต่ราคาปุ๋ยไทยเพิ่มขึ้น 130% น้อยกว่าปุ๋ยโลกเกือบหนึ่งเท่าตัว ส่งผลให้ราคาปุ๋ยเมืองไทยแม้แพงขึ้นเยอะแต่แพงน้อยกว่าหลายประเทศ โดย เดือน ก.ค.ปุ๋ยยูเรียราคาถูกเป็นลำดับที่ 4 และโพแทสเซียมไทยราคาถูกเป็นลำดับที่ 3 ของประเทศเกษตรกรรมสำคัญของโลก

  อย่างไรก็ตามกระทรวงพาณิชย์ก็เร่งแก้ปัญหาปุ๋ยยราคาถูกให้เกษตรช่วยเกษตรกร 4.5 ล้านกระสอบ ตั้งแต่ ก.ค.-ธ.ค.ปลายปีที่แล้ว  และพยายามตรึงราคาปุ๋ยในประเทศไว้หนึ่งปีเต็ม แต่สุดท้ายก็ต้องปรับโครงสร้างราคาใหม่ให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง  พร้อมทั้ง เร่งหาแหล่งปุ๋ยราคาถูกและแหล่งปุ๋ยใหม่ เพื่อป้องกันปุ๋ยขาด ล่าสุดวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์จัดจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้นำเข้าไทยกับผู้ส่งออกปุ๋ยซาอุฯ ตั้งเป้าซื้อ 800,000 ตัน เบื้องต้นนำเข้าไปแล้ว 324,000 ตัน

นอกจากนี้ยังได้มีการจัดเจรจาระหว่างผู้นำเข้าไทยกับผู้ส่งออกปุ๋ยรัสเซีย ผู้นำเข้าไทยสามารถนำเข้าได้ 72,000 ตัน แต่ติดอุปสรรคทั้งระบบการโอนเงิน ระบบการขนส่ง บริษัทประกันภัยการขนส่งหลายบริษัทไม่รับรอง และสุดท้ายค่าเงินบาทอ่อน ทำให้ราคานำเข้าปุ๋ยจากรัสเซียแพงขึ้น แต่ไม่ลดความพยายามเจรจารัสเซียบอกจะเพิ่มโควตาให้ไทย 1 เท่าตัว จาก 500,000 ตัน เป็น 1 ล้านตัน และล่าสุดสั่งการให้ฑูตพาณิชย์ทั่วโลกทำบัญชีผู้ส่งออกปุ๋ยทั้งโลกจะส่งให้ผู้นำเข้าปุ๋ยไทยจัดให้พบปะเจรจาวันที่ 25-27 ส.ค. นี้ เพื่อแก้ปัญหาปุ๋ยให้เกษตรกร

ส่วนการแก้ปัญหาหนี้เกษตรกรก็ใช้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเข้ามาช่วยแก้ปัญหาหนี้สินให้เกษตรกรได้แล้ว 180,000 ราย ใช้เงินทั้งหมด 8,384 ล้านบาท  ฟื้นฟูชีวิตเกษตรกร 546,000 ราย ใช้เงินทุ่มช่วยเกษตรกร 1,146  ล้านบาท รวมช่วยเกษตรกรแล้ว 726,000 ราย ใช้เงิน 9,500 ล้านบาท

“รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญทั้งการเข้าไปดูแลรายจ่ายของประชาชนและดูแลเรื่องสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งรายได้ประชาชนรายได้ประเทศและทำทั้งในวันนี้และเพื่ออนาคตในวันข้างหน้า” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว