วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SCB ผลประกอบการ 2Q65: ดูดีในหลายด้าน (22 ก.ค. 65)

กำไรสุทธิของ SCB ใน 2Q65 อยู่ที่ 1.00 หมื่นล้านบาท (-1% QoQ, +14% YoY) ซึ่งเป็นไปตามประมาณการของเรา แต่ต่ำกว่า consensus 2% โดยกำไรสุทธิใน 1H65 อยู่ที่ 2.02 หมื่นล้านบาท (+7% YoY) คิดเป็น 52% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเรา

ไส้ในมีหลายรายการที่แสดงสัญญาณบวก

ในขณะที่กำไรสุทธิ 2Q65 เป็นไปตามคาด แต่เราพบว่าไส้ในมีหลายด้านที่เป็นสัญญาณบวก ได้แก่ yield สินเชื่อ และ margin เพิ่มขึ้น, NPL เกิดใหม่ลดลง, ตัวชี้วัดคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น และมีกำไรก้อนใหญ่จาก FVTPL แทนที่จะมีผลขาดทุน

 

Yield สินเชื่อ และ margin เพิ่มขึ้นประมาณ 20bps QoQ และ YoY

Yield ของสินเชื่อดีขึ้นทุกกลุ่ม โดยเฉพาะสินเชื่อ H/P และสินเชื่อปลอดหลักประกันซึ่งเพิ่มขึ้นถึงกว่า 30bps ทั้ง QoQ และ YoY โดยธนาคารบอกว่าเป็นเพราะ 1) คิดดอกเบี้ยสินเชื่อที่ปล่อยกู้ใหม่ในอัตราที่สูงขึ้น และ 2) สิ้นสุดการคิดดอกเบี้ยต่ำตามมาตรการผ่อนผันหนี้

 

NPL ลดลง โดยมียอดชำระเงินสดเพิ่มขึ้นจาก TDR และสินเชื่อที่ยังก่อให้เกิดรายได้

gross NPL ของ SCB ลดลง 3% QoQ และ YoY เนื่องจาก NPL เกิดใหม่ลดลง และธนาคารขยายสินเชื่อกลุ่มเสี่ยงอย่างระมัดระวัง โดย NPL จากกลุ่มสินเชื่อ SME และสินเชื่อจดจำนองลดลงต่ำกว่าของสินเชื่อกลุ่มอื่น ๆ

 

 

 

 

ธนาคารปรับเป้าหมาย NIM เพิ่ม แต่ลดเป้าหมายรายได้ค่าธรรมเนียมลดลง

จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในหลายด้านในช่วง 1H65 ทำให้ SCB ได้ปรับเป้าหมายมาร์จิ้นเพิ่มขึ้นอีก 0.2% เป็น 3.1-3.2% ในปีนี้ แต่ปรับการคาดการณ์รายได้ค่าธรรมเนียมลดลงเป็นติดลบ 10-12% (จากก่อนหน้านี้ที่คาดว่าจะลดลง ~-5%) นอกจากนี้ หลังจากที่ธนาคารตั้งสำรองหนี้เสียก้อนใหญ่ไปแล้วใน 1H65 คิดเป็นคชจ.สำรอง/สินเชื่อ (credit cost) ที่ 1.55% ธนาคารจะลด credit cost ลงเพื่อให้ credit cost เต็มปีเป็นไปตามเป้าสำหรับปีนี้ที่ 145bps ทั้งนี้ NIM และ credit cost ที่เปลี่ยนไปทุกๆ 0.1% จะทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นประมาณ 4-5% ซึ่งการปรับสมมติฐานมาร์จิ้นเพิ่มช่วยชดเชยรายได้ค่าธรรมเนียมที่จะ
ลดลง

 

แนะนำ ซื้อ และประเมินราคาเป้าหมายปี 2565F ที่ 150 บาท (PBV ที่ 1.1x)

ราคาหุ้น SCB ปรับลดลงมาอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาจากความกังวลเกี่ยวกับดีลซื้อ Bitkup, การที่ต้องบันทึกผลขาดทุนจากการที่ตลาด cryptocurrency ตกหนัก และผลขาดทุนจากการลงทุนในตราสารหนี้ อย่างไรก็ตาม ธนาคารบอกว่ามีนโยบายจำกัดการลงทุนทุกประเภทเอาไว้ไม่เกิน 100 ล้านดอลลาร์ฯ โดยมีการถือครอง cryptocurrency/token ไม่ถึง 1 ล้านดอลลาร์ฯ ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งใน 2Q65 และมุมมองบวกของธนาคารต่อแนวโน้มใน 2H65 น่าจะช่วยคลายความกังวลลงไปและหนุนให้ราคาหุ้นฟื้นตัวได้

 

Risks

เศรษฐกิจอ่อนแอลงทำให้ NPL และ credit cost เพิ่มขึ้น, อัตราการเติบโตของธุรกิจใหม่ลดลง