ชีวิตไร้เฟซบุ๊ค ไม่มีก็อยู่ได้

ชีวิตไร้เฟซบุ๊ค ไม่มีก็อยู่ได้

คงต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ไม่มีเฟซบุ๊คใช้ ไม่ได้หมายความว่าไม่เล่น “โซเชียลมีเดีย” นะครับ เพราะในยุค4จี

การใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเหมือนโครงสร้างพื้นฐานที่แทบทุกคนต้องเข้าถึง และวันนี้จะคุยเรื่องวิถีชีวิตบนโลกออนไลน์ของหนุ่มสาวแดนมังกรกันมีครบที่เราๆ ใช้กันอยู่นี่ล่ะครับ

รายการBusiness101ช่วงChina Focus พาไปดูโลกออนไลน์ของคนในประเทศจีนผ่านมุมมองของ “ปิยวรรณ ประเมษฐวานิช” ผู้ประกาศข่าวจาก KT Live  ให้ข้อมูลว่าแม้ตอนนี้ประเทศจีนเปิดกว้างมากขึ้นทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม แต่ว่าทางการจีนก็ยังเข้มงวดเรื่องของการเผยแพร่ข้อมูลบนโลกออนไลน์ด้วยประเด็นความมั่นคง จึงไม่มีทั้งเฟซบุ๊ค กูเกิล ไลน์ หรือยูทูบ ให้ใช้งาน แต่ก็ใช่ว่าจะใช้ชีวิตว้าเหว่ ไม่รู้เดือนรู้ตะวัน เพราะมี “ทางเลือก” อื่นที่พัฒนาโดยบริษัทใน ประเทศจีนเองตอบโจทย์ครบแบบที่คนในต่างประเทศใช้กัน เริ่มจาก “ไลน์” ก่อน นอกจากวีแชท (WeChat) ที่คนจีนใช้กันอย่างเอิกกเริกแล้ว อีกแอพพลิเชั่นคือ “คิวคิว” ซึ่งมีโลโก้เป็นรูปนกเพนกวิน เคยทำสถิติของกินเนสส์เวิลด์ เรคคอร์ดส์  ในฐานะแอพแชทที่คนใช้มากที่สุดในโลก บางเดือนยอดของผู้ใช้งานสูงถึง 800 ล้านคนเลยทีเดียว 

ปิยะวรรณ ลองเปิดคิวคิวให้ดูในรายการ ฟังก์ชั่นต่างๆ ก็ใช้ได้ไม่ต่างจากไลน์ ส่งทั้งภาพ คลิป หรือวิดีโอคอล ก็ได้เช่นเดียวกัน ที่ขาดไม่ได้คือการส่งสติ๊กเกอร์แสดงอารมณ์ได้ด้วย หากแต่ก็ต้องระวังพอควรเรื่องของเนื้อหาที่ใช้ในการสื่อสาร เพราะแน่นอนว่าจะไม่หลุดพ้นจากสายตาของรัฐบาลจีนไปได้ ส่วนวีแชทก็มีลูกเล่นที่มากกว่าการแชท นั่นคือการซื้อขายสินค้า หักเงิน โอนเงินจบในตัวแอพพลิเคชั่่น จึงไม่แปลกที่การค้าออนไลน์บนมือถือ (m-Commerce) ของจีนจึงโตเอา 

นอกจากนี้คนจีนก็ไม่ต้องง้อเฟซบุ๊ค เพราะว่าเขามี เวยโป๋ (Weibo) ให้ไช้งาน สามารถทำงานได้แบบเดียวกับเฟซบุ๊ค แชร์ข้อความ แชร์วิดีโอ คอมเม้นท์ต่างๆ ได้คล้ายกัน กระทั่งมีแถบภาพเคลื่อนไหวของเพื่อนในเครือข่ายแบบที่อินสตาแกรมมีอีกด้วย 

นอกจากนี้เครือข่ายวิดีโอคอนเทนท์ (Video Content) อย่างยูทูบ ก็ถูกแทนที่ด้วย โยวคู(Youku) ซึ่งทำหน้าที่ได้ดีไม่แพ้กัน หากแต่จะดูได้แต่เนื้อหาที่รองรับแต่ภาษาจีนเท่านั้น คลิปหนังคลิปเพลงจากต่างประเทศยังไม่สามารถดูได้ ซึ่งตรงนี้ทางการจีนค่อนข้างระมัดระวังพอสมควร ในโยคูมีหนัง ซีรียส์ เหมือนกับเวลาเราดูยูทูป หากแต่ยังทำมาหาเงินได้ “เขี้ยว” กว่ายูทูบ เพราะจะมีระดับของวิดีโอ ถ้าเป็นคเป็นคลิปพิเศษ หรือยอดนิยมก็ต้องจ่ายเงินเพื่อเข้าไปดู ไม่เหมือนยูทูปที่เข้าไปดูได้เลย ทำให้เราพอเห็นภาพของชีวิตไซเบอร์ในเมืองจีนที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ตัวเลขครึ่งปีแรกของตลาดออนไลน์ พบว่ามีแอพพลิเคชั่นถึง 4 ล้านแอพด้วยกัน  ถือเป็นขนาดที่มหึมาทีเดียว โดยแอพที่รายได้มากที่สุด คือ เถาเป่า รองลงมาคือ จิ่งตง

น่าจะได้ข้อสรุปง่ายๆว่า คนจีนแทบจะไม่เดือดร้อนเลย ที่ไม่มีโซเชียลมีเดียใช้แบบเรา เพราะเขามีของทดแทน (Substitutional Products) ใช้กัน เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของบ้านเขาเมืองเขา นี่ล่ะครับลูกเล่นของประเทศจีน